รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            เปิดวิธีรับมือ ภัยเสี่ยงเทศกาลลอยกระทง


 

เปิดวิธีรับมือ ภัยเสี่ยงเทศกาลลอยกระทง


เมื่อ ย้อนดูสถิติอุบัติเหตุ หรืออัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ย้อนหลังในหลายๆ ปี เราจะพบว่าเดือนพฤศจิกายน เป็นอีกเดือนที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุและอัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉินมากเป็น อันดับต้นๆ ของปี รองเพียงสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ เท่านั้น

นั่นก็เพราะมีอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของไทย นั่นคือ เทศกาลลอยกระทง  

วันนี้ สพฉ. จึงขอจัดอับดับอุบัติเหตุและสาเหตุการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในอันดับต้นๆ ในช่วงเทศกาลลอยกระทงพร้อมทั้งวิธีการเตรียมพร้อมและรับมือ มาฝากหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

 

 


อันดับ 1 - อุบัติเหตุจากประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ  

ลอยกระทงกับการจุดพลุ ดอกไม้ไฟเป็นของคู่กัน แม้จะมีการออกกฎห้ามแต่ไม่ว่าปีไหนเราก็มักจะได้ยินข่าวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเฉพาะในเด็กอายุ 10-14 ปี  สำหรับวิธีการเตรียมพร้อมนั้น ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงอันตราย ที่สำคัญไม่ควรให้เด็กจุดเล่นเองโดยเด็ดขาด และต้องจำไว้เสมอว่า “ระยะปลอดภัยในการยืนดูพลุ คือระยะ 10 เมตรขึ้นไป”

อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับอันตราย  ให้รีบแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินที่สายด่วน1669   เพื่อให้นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด จากนั้นควรทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อลดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินโดยใช้ผ้าชุบน้ำประคบบริเวณบาดแผล หรือให้น้ำไหลผ่าน ประมาณ 10 นาที เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด จากนั้นปิดด้วยผ้าสะอาด ป้องกันการติดเชื้อ แต่หากแผลไหม้เป็นบริเวณกว้าง หรือถูกอวัยวะสำคัญต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลและในกรณีบาดแผลไฟไหม้ถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อตัวผู้บาดเจ็บ

                นอกจากนี้ระหว่างรอรถพยาบาลหากบาดแผลอยู่ในบริเวณที่มีเสื้อผ้าให้ถอดเสื้อผ้าออก หรือหากถอดลำบากควรตัดออกเป็นชิ้น แต่หากเสื้อผ้าติดกับบาดแผลแน่น อย่าพยายามฝืนดึงเพราะอาจจะทำให้บาดเจ็บมากขึ้น แต่ควรใช้ผ้าสะอาดคลุม นอกจากนี้หากผู้บาดเจ็บมีกำไล แหวน หรือเครื่องประดับ ควรถอดออกด้วย เพราะหากปล่อยไว้นิ้วหรือข้อมืออาจบวมจนทำให้ถอดยาก ที่สำคัญห้ามใส่ยาหรือสารใดๆ บนบาดแผลเด็ดขาดหากไม่แน่ใจ เพราะอาจทำให้ระคายเคืองต่อบาดแผลเพิ่มได้

 อันดับ 2 - ตกน้ำ จมน้ำ 

เทศกาลลอยกระทงเป็นช่วงที่เด็กไทยเสี่ยงตกน้ำ จมน้ำ และเสียชีวิตสูงสุดในรอบปี โดยสาเหตุหลักมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือพลัดตกน้ำเพราะผู้คนเบียดเสียด และการลงน้ำไปเก็บเศษเงินในกระทง  ดังนั้นผู้ปกครองควรดูและเด็กอย่างใกล้ชิด และหากพบคนตกน้ำ จมน้ำควรช่วยเหลือโดยคิดถึงความปลอดภัยตัวเองเป็นสำคัญก่อน เพราะบ่อยครั้งที่คนช่วยก็ได้รับอันตรายจากการช่วยเหลือด้วย โดยวิธีที่ถูกต้องคือ ให้โยนอุปกรณ์ หรือหาสิ่งของให้ผู้ที่ตกน้ำจับ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วย เพราะผู้ที่จมน้ำจะมีอาการตกใจ กอดรัด และทำให้จมน้ำไปด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้การเตรียมพร้อมเพื่อระมัดระวังการจมน้ำ ตกน้ำ คือ ควรลอยกระทงในบริเวณที่จัดไว้ให้เท่านั้น สำหรับเด็กเล็กผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด

       สำหรับการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลคนตกน้ำ ให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่สายด่วน 1669 และหากสังเกตว่าถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้กดนวดหัวใจตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์  

          ส่วนผู้ป่วยที่ยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง ศีรษะหงายไปข้างหลัง เพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้กินอาหารและดื่มน้ำทางปาก จากนั้นควรส่งผู้ป่วยที่จมน้ำไม่ว่าจะมีอาการหนักเบาเพียงใด อย่าลืมว่าต้องรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่สายด่วน 1669 

อันดับ 3 - อุบัติเหตุอื่นๆ เช่น จราจร 

อุบัติเหตุดังกล่าวมักเกิดในทุกเทศกาล เนื่องด้วยทุกเทศกาลย่อมหนีไม่พ้นการสังสรรค์ ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ดังนั้นการเตรียมพร้อมคือก่อนออกเดินทางต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ไม่ควรขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กำหนด ที่สำคัญคือต้องไม่ดื่มสุราหากต้องขับรถ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้หากขับขี่รถจักรยานยนต์จะต้องสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย

สำหรับการช่วยเหลือกรณีที่ประสบอุบัติเหตุทางยานยนต์ สิ่งที่ต้องจำขึ้นใจคือ ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยตนเอง ในกรณีไม่มีภยันตรายจากแก๊สพิษ ไฟฟ้าช๊อต หรือน้ำมันรั่วไหล และหากผู้ป่วยมีเลือดไหลออกมามากก็จะต้องทำการปฐมพยาบาลโดยการห้ามเลือด ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าอนามัยกดลงบนแผลให้แน่น


 

 



 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 | วันที่ 27/11/2555

IeO1 1293


 แนวทางปฏิบัติหากถูกแก๊สน้ำตาสำหรับประชาชนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์
 แนวทางการหลีกทางให้รถฉุกเฉิน
 แพทย์เตือนหลังพบโลกออนไลน์แชร์ข้อมูลเรื่องการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันโดยให้ใช้เข็มทิ่มนิ้วเจาะเลือดและรอดูอาการนั้นเป็นข้อมูลสุดมั่ว
 สพฉ.ร่วมกับมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติมอบเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ(AED) ให้กับกรมบัญชีกลาง
 สพฉ. ห่วงไฟดูด - ไฟช็อต - ลมแดด ขณะเล่นน้ำสงกรานต์ แนะวิธีปฐมพยาบาลทีถูกต้อง


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669