รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            ควันธูป ชนวนเหตุก่อมะเร็ง


 

ควันธูป ชนวนเหตุก่อมะเร็ง





การจุดธูปในพิธีกรรมต่างๆ ถือเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน แต่ภัยเงียบจากการจุดธูปนั้น นับเป็นสิ่งที่อันตรายและต้องระมัดระวังอย่างมาก  คาดว่าในแต่ละปีจะมีคนจุดธูปทั้งโลกนับเป็นหมื่นถึงแสนตัน ทั้งนี้การจุดธูป 1 ตันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเท่ากับ 1 ใน3 ของน้ำหนักธูป  การเผาไหม้ของแต่ละดอกนั้น จะปล่อยสารพิษ และฝุ่นละอองขนาดเล็กต่างๆมากมาย เช่น ก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ตลอดจนสารก่อมะเร็งต่างๆ เช่น ฟอร์มาลีไฮด์  เบซีน และบิวทาไดอีน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในควันธูป ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งในระบบเลือด มะเร็งปอด และมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้หากคนที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ อาจจะทำให้เกิดอาการกำเริบได้

           ทั้งนี้จากงานวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกรรมการทุนวิจัย วัณโรคดื้อยา ศิริราชมูลนิธิ หัวหน้าแผนกไอซียู โรงพยาลวิชัยยุทธ ระบุว่าในควันธูปนอกจากจะมีเบนซีน บิวทาไดอีน และ PAH โดยคนทื่ทำงานที่เกี่ยวกับควันธูป ตรวจพบว่ามีสารก่อมะเร็งในเลือด และพบระดับการทำลายสารพันธุกรรม DNA ในคนงาน มากกว่าคนปกติที่ไม่ทำงานในที่มีควันธูป 2 เท่า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง

         สำหรับความร้ายแรงของควันจากธูปนั้นมีความร้ายแรงโดยธูป 1ดอกมีสารก่อมะเร็งไม่ต่างจากบุหรี่ 1 มวน ทั้งนี้ หากจะลดการอุบัติของมะเร็งและควันพิษจากธูป วิธีที่ง่ายที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ธูป โดย

1.      ลดปริมาณการใช้ธูปลง และงดการใช้ธูปหากไม่จำเป็น

2.      หากมีความจำเป็นต้องใช้ธูป ควรจุดในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และเมื่อจุดแล้วควรรีบดับ โดยจุ่มน้ำหรือทรายโดยทันที เพื่อเป็นลดการสูดดมเอาควันธูปเข้าสู่ร่างกาย

เพียงเท่านี้เราก็จะลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยได้ค่ะ



ขอบคุณข้อมูลจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

 



 

 | วันที่ 24/02/2556

IeO1 1446


 การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการห้ามเลือดโดยวิธีการขันชะเนาะสำหรับผู้บาดเจ็บที่แขนและขา
 สพฉ.พัฒนาแอพลิเคชั่นแจ้งเหตุฉุกเฉิน เล็งเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น เชื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน
 คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินออกประกาศให้การใช้ “เครื่อง AED” เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อรักษาชีวิตหรือช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน
 ทำอย่างไร !! เมื่อพบวัตถุต้องสงสัย
 ทำอย่างไร!!! เมื่อถูกไฟดูด-ไฟช็อต


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669