รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            เวทีเสวนาในหัวข้อ “การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น กับการแพทย์ฉุกเฉิน” เน้นให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเอง


 

เวทีเสวนาในหัวข้อ  “การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น กับการแพทย์ฉุกเฉิน”  เน้นให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองในการจัดการพิบัติภัยได้ เสนอหนุนการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์หากเกิดภัยพิบัติ 


 



ในการจัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ ประจำปี 2556 (National EMS FORUM 2013)ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ภายใต้ประเด็นหลัก คือ“ภาคีการแพทย์ฉุกเฉินไทย ก้าวไกลสู่อาเซียน” ได้มีการเสวนาในหัวข้อ  “การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น กับการแพทย์ฉุกเฉิน”

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ผู้แทนเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ  ล่าวว่า ปัญหาของการจัดการงานภัยพิบัติคือเราต้องรับบริหารจัดการปัญหาภายใต้เวลาที่บีบบังคับ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือเราต้องคิดระบบที่จะต้องทำให้ชาวบ้านหรือชุมชนสามารถพึ่งพิงตนเองได้  ทั้งนี้ในช่วงปีพ.ศ.2547 ตนได้มีโอกาสลงไปทำงานชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ และได้มีการจัดตั้งหน่วยกู้ชีพของชาวบ้านที่เป็นมุสลิมและออกไปช่วยชาวบ้านด้วยกันเมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ของเขาขึ้น โดยผ่านเครือข่ายการทำงานและจัดระบบการจัดการผ่านโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งการทำงานของกู้ชีพเหล่านี้เป็นการทำงานแบบกู้ชีพชุมชนของชุมชนรับใช้ชุมชน และสามารถมาช่วยการจัดงานในงานภัยพิบัติได้ด้วย อย่างไรก็ตามประเด็นปัญหาทีเกิดขึ้นคือหน่วยงานราชการหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ขาดมิติในการสนับสนุนชุมชน ซึ่งในการพูดคุยของประเด็นสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเราได้มีการพูดคุยและนำเสนอให้เกิดการบริหารจัดการให้มีการจัดตั้งกองทุนพิบัติภัยชุมชนเพื่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการกลไกการทำงานของชุมชนให้มีระบบให้ได้

ด้านนายไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ กล่าวว่า ภัยพิบัติมีทุกที่คนวิ่งไปหาภัยพิบัติเอง และเมื่อเกิดเหตุการณ์พิบัติภัยเกิดขึ้นทุกรัฐบาลก็เหมือนกันหมดคือไม่สามารถจัดการได้ และเมื่อรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการก็ไม่เคยใช้ระบบที่ตนเองมีอยู่ และใช้การจัดตั้งหน่วยงานหรือฝ่ายที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่แทบทุกครั้ง ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีภัยพิบัติที่หลากหลายมาก ตนเป็นผู้ประสบภัยสึนามิเห็นเหตุการณ์หมดทุกอย่าง ที่ตนรอดมาได้นั้นก็รอดมาจากการดูหนังเรื่องคลื่นยักษ์ถล่มโลกวิ่งหนีกันมากับเพื่อน 5 คนรอด 4 คน ดังนั้นเรื่องความรู้จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ  อย่างไรก็ตามบทเรียนที่สำคัญเมื่อเกิดภัยพิบัติวุ่นวายสิ่งแรกที่ผู้คนเรียกหาคือห้องน้ำ เมื่อเราสามารถบริหารจัดการเรื่องเล็ก ๆ อย่างห้องน้ำได้ก็จะเกิดการบริหารจัดการเรื่องขนาดใหญ่ได้

 

นายไมตรีกล่าวอีกว่า สำหรับประสบการณ์ของตนนั้นเกิดขึ้นจากกรณีของการเกิดสึนามิครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งหมู่บ้านน้ำเค็มของนั้นมีคนเสียชีวิตสี่พันกว่าคน เป็นคนในพื้นที่พันกว่าคน  หลังจากที่สำรวจผู้เสียชีวิตกันหมดแล้ว พวกเราก็ได้จัดตั้งศูนย์อพยพขึ้นในพื้นที่ของเราเองและแบ่งชาวบ้านออกเป็น 10 ครอบครัวให้ใน 10 ครอบครัวเลือกผู้นำมา 1 คน และเมื่อเราจะจัดการปัญหาหรือแก้ไขปัญหาเราก็จะนำผู้นำของ10 ครอบครัวนั้นหาหารือร่วมกันการช่วยเหลือจึงเป็นไปอย่างทั่วถึง เราพยายามจัดการระบบสร้างระบบศูนย์อพยพและทำกระบวนการทุกอย่างด้วยตนเองเราก็สามารถผ่านเรื่องร้ายเหล่านั้นได้ เมื่อเราจัดการตนเองได้ช่วยเหลือตนเองได้ เรามีระบบที่จะช่วยเหลือเพื่อนๆ ในพื้นที่อื่นได้ ซึ่งเราก็ได้ลงไปช่วยเหลือเพื่อนๆ ในหลายพื้นที่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องระบบอาสาสมัครชุมชนที่เกิดขึ้นหน่วยงานทีเกี่ยวข้องจะต้องสนับสนุนให้ระบบอาสาสมัครทำงานในพื้นที่ให้ได้อย่างเข้มแข็งเพื่อการพึ่งพิงตนเองได้อย่างยั่งยื

นายชาคริต โภชะเรือง ประธานมูลนิธิชุมชนสงขลา กล่าวว่า ในส่วนกรณีของหาดใหญ่นั้นเรามีารจัดทำแผนชุมชนเพื่อรับมือกับกรณีของภัยพิบัติ ปัญหาน้ำท่วมไม่มีสูตรสำเร็จในการเตรียมรับมือ เพราะภัยธรรมชาติเป็นภัยที่ไม่ีระบบ หลังจากที่เราได้ผ่านเหตุการณ์้ำท่วมมาหลายครั้งเราก็ได้จัดตั้งกลไกการทำงานขึ้น โดยสร้างการรับรู้ข้อมูลให้เกิขึ้นกับประชาชนทุกภาคส่วนและการทำงานของเราจะต้องรองรับความหลากหลายของชุมชนให้ได้มากที่สุด เราได้ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการจัดระดับชุมชนย่อย มีการทำระบบบ้านพี่เลี้ยงที่มีักยภาพเป็นศูนย์หลบภัยให้กับเพื่อนๆ บ้านในซอยต่างๆ ให้เขาเกิดการบริหารจัดการในซอยของเขาเองโดยไม่ต้องอพยพแต่เขาสามารถอยู่กับปัญหาน้ำท่วมได้และเอาตัวรอดได้  พร้อมกันนี้เรายังได้จัดทำการวิเคราะห์ข้อมูลและทำสัญลักษณ์เป็นลักษณะของสีธง เหลืองเขียวแดง เพื่อเตือนประชาชนในพื้นที่ก่อนเกิดภัยพิบัติได้อีกด้วย  นอกจากนี้แล้วเรายังจัดทำคู่มือรับภัยพิบัติ ให้กับพื้นทื่อื่นๆ ไว้คอยศึกษาและคอยเตรียมตัวไว้่อนเกิดภัยพิบัติอีกด้วย

 

นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รักษาการเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการจัดการภัยพิบัติคือชุมชนจะต้องเริ่มต้นในการร่วมกลุ่มกันเองและคอยสอดส่องดูแลชุมชนของตนเองเมื่อเกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็จะสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและตรงตามความต้องการของในแต่ละพื้นที่ด้วย

 | วันที่ 11/03/2556

IeO1 952


 สพฉ.ฝึกทีมกู้ชีพชายแดน เรียนรู้การช่วยชีวิตในพื้นที่ความไม่สงบ
 จัดเวทีประชุมการแพทย์ฉุกเฉิน อปท.ระดับชาติ ผนึกกำลังเดินหน้างานแพทย์ฉุกเฉิน ลดช่องว่างพื้นที่ขาดแคลนกู้ชีพ เพิ่มโอกาสช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน
 สพฉ. จับมือสภาการพยาบาลพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบุพยาบาลถือเป็นกำลังหลักในการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมเร่งสร้างความคุ้มครองให้พยาบาล
 สพฉ. เผยทีมกู้ชีพจัดกำลังคนเพิ่มขึ้น 2 เท่า พร้อมรับมือ 7 วันอันตราย
 สพฉ. จับมือกรมแพทย์ทหารบก เตรียมอบรมบุคลากรรับมือภัยพิบัติ


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669