รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            ระวัง !!!!!! ภาวะวิกฤตระหว่างตั้งครรภ์คร่าชีวิตแม่และเด็ก สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น


 

เดือนสิงหาคมถือเป็นเดือนแห่งวันแม่ ซึ่งเป็นเดือนแห่งการระลึกถึงพระคุณของแม่ ทั้งนี้ความเป็นแม่นั้นไม่ได้มีเพียงเฉพาะการเลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่เท่านั้น หากแต่ระหว่างการตั้งครรภ์เก้าเดือนก็เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของความเป็น “แม่” ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิต ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ระบุว่า “ภาวะวิกฤตในแม่ระหว่างตั้งครรภ์” เป็นหนึ่งในหกโรคฉุกเฉินที่ผู้ใกล้ชิดต้องดูแลเป็นพิเศษ

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร  เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า “สพฉ. ได้จัดแบ่งโรคฉุกเฉินเร่งด่วนออกเป็น6 ประเภทได้แก่ การบาดเจ็บ  โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุจราจร และกลุ่มโรคที่สพฉ.มีความเป็นกังวลอีกประเภทคือ ภาวะวิกฤติในทารกแรกเกิด และภาวะวิกฤตในแม่ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะการตั้งครรภ์ทุกครั้งมีความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อยนั้นขึ้นอยู่กับตัวของ “แม่” ที่ตั้งครรภ์เอง โดยเฉพาะแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุที่น้อยกว่า 18 ปี หรือ มากกว่า 35 ปี จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะวิกฤตในแม่ระหว่างตั้งครรภ์ได้  นอกจากนี้แล้วแม่ที่เป็นโรคประจำตัวอาทิ หัวใจ หอบหืด ลมชัก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ที่ต้องได้รับยารักษาจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ รวมทั้งแม่ที่เคยมีประวัติการแท้งลูก คลอดลูกก่อนกำหนดก็ต้องระมัดระวังในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์เป็นพิเศษ ซึ่งในระหว่างการตั้งครรภ์อาจจะมีความผิดปรกติเกิดขึ้นได้ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง เช่นการติดเชื้อ  

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากภาวะครรภ์เป็นพิษ ที่จะทำให้แม่มีความดันเลือดสูงมาก และจะทำให้อวัยวะหลายระบบล้มเหลว ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยเร่งด่วนจะทำให้มารดาและทารกเสียชีวิตได้จากภาวะหลอดเลือดตีบเนื่องจากอวัยวะต่างๆ ได้รับเลือดไปเลี้ยงน้อยลง ไตทำงานลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในการขับของเสียออกจากร่างกายลดลง ซึ่งในบางรายที่มีอาการมาก อาจจะเกิดการชักและมีเลือดออกในสมอง ส่งผลกระทบต่อทารก ซึ่งส่วนใหญ่ภาวะครรภ์เป็นพิษจะพบในแม่ที่ตั้งท้องเป็นครั้งแรกมากกว่าแม่ที่ตั้งท้องเป็นครั้งที่สอง โดยภาวะครรภ์เป็นพิษจะสามารถตรวจพบได้หากมีการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ  และสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้ ปวดศีรษะรุนแรงเนื่องจากภาวะความดันโลหิตที่ขึ้นสูง  ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงเป็นจุดๆ หรือเห็นแสงวูบวาบร่วมด้วย จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ คลื่นไส้อาเจียนแม้ว่านี่จะเป็นอาการแพ้ท้องโดยทั่วไปก็ตาม มีอาการบวมตามใบหน้า มือ ข้อเท้า และเท้า น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากเกินไปอย่างรวดเร็ว 



 

นอกจากภาวะครรภ์เป็นพิษแล้วยังอาจจะเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งหากผู้ประสบเหตุพบเห็นอาการต่างๆ ที่กล่าวมาจะต้องรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์       ซึ่งหากผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ยังมีสติอยู่ผู้เข้าให้การช่วยเหลือจะต้องให้ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้ายตั้งฉากกับพื้นเพื่อให้มดลูกตกไปทางซ้ายไม่กดทับหลอดเลือดดำใหญ่กลางท้องเลือดจะได้ไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น และหากพบว่าผู้ตั้งครรภ์มีภาวะหัวใจหยุดเต้น ให้รีบทำการช่วยเหลือด้วยการฟื้นคืนชีพหรือ CPR เช่นเดียวกับผู้ป่วยอื่น ๆ พร้อมกับจัดท่าผู้ตั้งครรภ์ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินให้นอนหงายและควรให้มดลูกกดทับหลอดเลือดใหญ่กลางท้องให้น้อยที่สุด โดยผู้เข้าให้การช่วยเหลือควรมี 2 คน โดยคนหนึ่งนั่งฝั่งขวามือของผู้ป่วยและใช้มือซ้ายของผู้ให้การช่วยเหลือดันมดลูกออกไปทางซ้ายมือของผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และใช้มืออีกข้างหนึ่งดึงรั้งสะโพกบริเวณปีกกระดูกเชิงกรานไว้เพื่อไม่ให้ตัวผู้ป่วยเคลื่อนไปด้วย และผู้เข้าให้การช่วยเหลืออีกคนหนึ่งจะต้องฟืนคือชีพ (CPR) โดยกดในตำแหน่งที่สูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย โดยกดนวด 100 ครั้งต่อนาที หรือตามจังหวะเพลงสุขกันเถอะเรา จนกว่าทีมกู้ชีพ 1669 จะเข้ามาให้การช่วยเหลือ

 

 | วันที่ 15/08/2556

IeO1 1215


 สพฉ.ออกคำเตือนวิธีดูแลตนเองสำหรับประชาชนหากพบเห็นวัตถุต้องสงสัย ย้ำให้รีบโทรแจ้ง 191 ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด
 สพฉ. แนะแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ถูก “แมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน”
 สพฉ.จัดทำแอพพลิเคชัน “EMS Certified” ตรวจมาตรฐานรถฉุกเฉินผ่านสมาร์ทโฟน สร้างความมั่นใจในการบริการให้กับผู้ป่วยฉุกเฉิน
 สพฉ.ร่วมกับมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติมอบเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ(AED) ให้กับกรมบัญชีกลาง
 เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทำข่าวพิธีลงนามบันทึกการหารือ (THE RECORD OF DISCUSSION)


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669