รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. ชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเรียนรู้การช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นผ่านโครงการอาสาฉุกเฉินชุมชน


 

สพฉ. ชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเรียนรู้การช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นผ่านโครงการอาสาฉุกเฉินชุมชน ตั้งเป้า 1 คนต่อ 1 ครอบครัว เชื่อมีประโยชน์ลดอัตราการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ชี้จะมีความรู้เรื่องการโทรแจ้งผ่านสายด่วน1669 การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพที่ถูกต้อง ย้ำการช่วยฟื้นคืนชีพต้องทำภายใน 4 นาทีหลังผู้ป่วยหยุดหายใจจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิต 

 


 


 

สืบเนื่องจากอัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการสร้างความรู้ให้ประชาชนในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญ และจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในผู้ป่วยฉุกเฉินโดยเฉพาะในผู้ป่วยหลายๆ โรค อาทิ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต ที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ดังนั้นสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจึงจัดทำโครงการอาสาฉุกเฉินชุมชน(อฉช.) และให้ความรู้เรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นขึ้น

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้จัดทำโครงการอาสาฉุกเฉินชุมชนขึ้น โดยได้รวบรวมข้อมูลและวิธีการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินด้วยอาการของโรคต่างๆ ข้างต้นผ่านคู่มืออาสาฉุกเฉินชุมชน (อฉช.) เพื่อแนะนำให้ประชาชนทั่วไปที่ประสบเหตุสามารถเข้าให้การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินอย่างถูกวิธีและทันท่วงทีก่อนที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าให้ความช่วยเหลือและนำผู้ป่วยฉุกเฉินเข้าไปรักษายังโรงพยาบาล

 ทั้งนี้เมื่อประชาชนพบเห็นเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการโทรแจ้งขอความช่วยเหลือมายังสายด่วน 1669 โดยผู้แจ้งเหตุนั้นจะต้องมีสติและต้องระบุลักษณะของอาการ สถานที่เกิดเหตุและเบอร์ติดต่อกลับที่ชัดเจนให้กับเจ้าหน้าที่ได้ด้วย และหากประชาชนพบเห็นอาการของคนที่หัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจกะทันหันจากระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ ผู้ประสบเหตุจะต้องรีบเข้าไปตรวจดูอาการของผู้ป่วยว่ารู้สึกตัวหรือไม่โดยการใช้มือทั้ง 2 ข้างจับบริเวณไหล่ เขย่าให้แรงพอสมควรพร้อมเรียกผู้ป่วยดัง   ลองคลำดูชีพจรโดยวัดจากตำแหน่งลูกกระเดือกไปด้านข้างประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งหากผู้ป่วยไม่มีชีพจร ไม่ตอบสนองและไม่หายใจหรือหายใจเฮือกให้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือผ่านหมายเลข 1669 ให้เร็วที่สุด ในระหว่างที่รอเจ้าหน้าท่านสามารถช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานหรือทำ CPR ให้กับผู้ป่วยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ได้


เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ขั้นตอนแรกของการช่วยฟื้นคืนชีพหรือการทำ CPR คือการกดนวดหัวใจ โดยจัดให้ผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นแข็งโดยผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าอยู่ทางด้านข้างของผู้ป่วย วางส้นมือลงไปตามแนวกึ่งกลางของหน้าอกหรือกึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้างของผู้ป่วยแล้วนำมืออีกข้างมาประกบ ประสานนิ้วและทำการล๊อคนิ้ว กระดกข้อมือขึ้นลง โดยให้สันมือสัมผัสกับหน้าอกเท่านั้น โน้มตัวมาให้แนวแขนตั้งฉากกับหน้าอกของผู้ป่วย  แขนตรงและตึง ออกแรงกดลงไปโดยใช้แรงจากหัวไหล่ จุดหมุนอยู่ตรงสะโพก กดให้หน้าอกยุบลงไปอย่างน้อย 5 เซนติเมตร โดยให้สันมือสัมผัสกับหน้าอกผู้ป่วยตลอดการนวดหัวใจ สันมือไม่หลุดออกจากหน้าอกผู้ป่วยด้วยความเร็ว 100 ครั้งต่อหน้าที หรืออัตราความเร็วตามจังหวัดเพลง “สุขกันเถอะเรา” หรือเพลง “จังหวะหัวใจ”

มีการศึกษาโดยสมาคมแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน และเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่า การกดหน้าอกนวดหัวใจเพียงอย่างเดียว สามารถช่วยชีวิตผู้ที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ อีกทั้งยังช่วยลดการเสียเวลาจากการลังเลที่จะเป่าปากของผู้ช่วยเหลือ  ซึ่งกรณีที่ผู้ช่วยเหลืออยู่คนเดียวให้กดหัวใจ 100 ครั้งต่อนาที หรือตามจังหวะเพลงต่อเนื่องจนกว่าทีมช่วยเหลือจะมาถึง กรณีมีผู้ช่วยเหลือมากกว่า 1 คน เมื่อกดหน้าอกไปประมาณ 1 นาที ให้สลับกันทำ เพื่อไม่ให้ผู้ช่วยเหลือเหนื่อยจนเกินไป ทำสลับกันไปจนกว่าจะพบว่าผู้ป่วยมีอาการไอ ขยับตัว มีการหายใจ หรือทีมช่วยเหลือมาถึงเราจึงหยุดได้ ทั้งนี้การฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานนั้นจะได้ผลดีต้องกระทำภายใน 4 นาที หลังผู้ป่วยไม่มีชีพจร

“อย่างไรก็ตามนอกจากกรณีของการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น อาสาฉุกเฉินชุมชนยังได้เรียนรู้ถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การแจ้งเหตุฉุกเฉิน  โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้และเป็นอาสาสมัครในโครงการอาสาฉุกเฉินกับเราได้ โดยประชาชนทั่วไปสามารถสมัครและดาวน์โหลดคู่มือไปศึกษาได้ในเว็บไซด์ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติhttp://ws.niems.go.th/Volunteer/selectQuestion.aspx จากนั้นจะต้องทำการทดสอบเพื่อเข้าร่วมเป็นอาสาฉุกเฉินชุมชน ทั้งนี้ปัจจุบันนี้มีประชาชนที่สมัครเข้าร่วมเป็นอาสาฉุกเฉินชุมชนของเราแล้วทั้งสิ้น 175,896 คน  โดยจังหวัดที่มีจำนวนอาสาฉุกเฉินชุมชนมากที่สุดคือ จ.นครราชสีมา รองลงมาคือ จ.ขอนแก่น โดยจากนี้ สพฉ.ตั้งเป้าว่า 1 ครอบครัวจะต้องมีอาสาฉุกเฉิน 1 คน เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน” นพ.อนุชากล่าว

 | วันที่ 04/09/2556

IeO1 2801


 สพฉ. พัฒนาแอพลิเคชั่นตรวจสอบมาตรฐานรถฉุกเฉิน เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งระบบ IOS และ Android เชื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วยฉุกเฉิน
 “เปิดต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดสงขลา 1669
 สายด่วน 1669 สายด่วนช่วยชีวิต
 สพฉ.แนะขับรถกู้ชีพ-รถพยาบาลปลอดภัย วอนประชาชนหลีกทางให้นำส่งผู้ป่วยทันท่วงที
 สพฉ.ยก นาสารโมเดล แม่แบบ ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669