รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            เตือนประชาชนระวังจุดเสี่ยง โค้งวัดวังทอง ถนนบำราศนราดูร อำเภอเขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี ระบุเกิดอุบัติเหตุมากถึง 20 ครั้งต่อเดือน


 

เตือนประชาชนระวังจุดเสี่ยง โค้งวัดวังทอง ถนนบำราศนราดูร อำเภอเขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี ระบุเกิดอุบัติเหตุมากถึง 20 ครั้งต่อเดือน เหตุเป็นเลนสวนที่รถวิ่งด้วยความเร็ว ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ และทางออกวัดอยู่ใกล้กับทางโค้ง กู้ชีพแนะผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังไม่ขับรถด้วยความเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และให้สัญญานไฟเลี้ยวทุกครั้ง ด้านชาวบ้านเสนอขยายถนนเป็น 4เลนเพื่อแก้ปัญหา


 


จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทยที่มีเนื้อทีกว่าหกพันตารางกิโลเมตร ซึ่งสภาพภูมิประเทศประกอบไปด้วยป่าไม้ ภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบลุ่มน้ำ และที่ราบชายฝั่งทะเล นอกจากนี้แล้วที่จังหวัดจันทบุรียังมีอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ  หรือ “เขาคิชฌกูฏ” ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาท ซึ่งภายในพื้นที่อุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งอาทิ น้ำตกคลองช้างเซ น้ำตกกระทิง และที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดคือกาเดินทางมานมัสการรอยพระบาทเขาคิชฌกูฏ หรือพระบาทพลวง โดยแต่ละปีจะมีการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงอีกด้วย

นายอธิคม เจริญทวี หัวหน้างานสื่อสารกู้ชีพเทศบาลตำบลพลวงจังหวัดจันทบุรีและนักสื่อสารกู้ชีพภาคตะวันออกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า พื้นที่อำเภอเขาคิชกูฎของจังหวัดจันทบุรีนั้นมีสถิติในการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเกือบ20 ครั้งต่อเดือน โดยกรณีของอุบัติในแต่ละครั้งก็จะแต่งต่างกันออกไป ทั้งนี้จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดและอันตรายมาก คือช่วงบริเวณโค้งวัดวังทอง ถนนบำราศนราดูร ในอำเภอเขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี โดยล่าสุดก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์รถเก๋งชนกับรถสิบล้อจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้งที่มีผิวการจราจรขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ และถึงแม้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องจะแก้ปัญหาด้วยการซ่อมพื้นผิวถนนแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างครอบคลุม จนทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่  นอกจากนี้แล้วสาเหตุที่ทำให้ถนนเส้นดังกล่าวเป็นจุดเสี่ยงและอันตรายอีกหนึ่งอย่างคือทางเข้าออกของวัดวังทองนั้นอยู่ระหว่างช่วงกลางโค้งของถนนจึงทำให้รถที่มีวิ่งมาด้วยความเร็วและรถที่ออกมาจากวัดนั้นชนบ่อยครั้ง   ทั้งนี้ถนนเส้นนี้เป็นถนนสองเลนวิ่งสวนทางกันซึ่งรถที่ใช้เส้นทางถนนสายนี้จะใช้ความเร็วมาก จนทำให้เกิดอุบัติเหตุและทุกครั้งที่เกิดเหตุจะมีผู้เสียชีวิต

หัวหน้างานสื่อสารกู้ชีพเทศบาลตำบลพลวงจังหวัดจันทบุรีและนักสื่อสารกู้ชีพภาคตะวันออกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)กล่าวว่า จากการที่ตนได้ลงไปสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่แจ้งตรงกันว่า ถึงแม้บริเวณดังกล่าว จะมีจุดป้ายเตือนทางโค้ง และมีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนก็ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ และเมื่อมีฝนตกก็จะเกิดอุบัติทุกครั้งดังนั้นชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในการขยายถนนเส้นนี้ให้เพิ่มเป็น4เลน ตลอดสาย เนื่องจากก่อนนี้มีการขยายถนนค้างไว้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น รวมทั้งเพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณของรถที่วิ่งอย่างหนาแน่นทุกวัน นอกจากนี้แล้วตนองก็อยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสายนี้ว่าให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด มีสติทุกครั้งในขณะขับขี่รถโดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถในหน้าฝนที่ถนนจะลื่นมาก และควรเปิดสัญญาณไฟทุกครั้งเมื่อถึงทางเลี้ยว และสิ่งที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

 


ภาพและข่าวโดย

อธิคม เจริญทวี หัวหน้างานสื่อสารกู้ชีพเทศบาลตำบลพลวงจังหวัดจันทบุรีและนักสื่อสารกู้ชีพภาคตะวันออกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

 



 

 | วันที่ 06/08/2557

IeO1 822


 เตือนจุดเสี่ยง !!!!! ทางเบี่ยงเข้าเลี่ยงเมืองชล ชี้เกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยเดือนละ 5 ครั้ง
 “เปิดภารกิจ ความรักบนความเสี่ยง สุดหัวใจปลายด้ามขวาน”
 ถอดบทเรียนพื้นที่เสี่ยง 4 แยกภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อย 3 ครั้งใน 1 เดือน เหตุประชาชนฝ่าสัญญาณไฟแดง ขับรถเกิดอัตราที่กฎหมายกำหนด
 จากใจเลขาธิการ สพฉ. ภารกิจชีวิต....เพื่อผู้ป่วยฉุกเฉิน
 เตือนผู้ขับขี่ ระวัง “ถนนทางหลวงพัทยาใต้” หลังครูสาวสังเวยชีวิต เหตุถนนเป็นหลุมบ่อ


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669