รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. ร่วมกับ สมาคมรพ.เอกชน จัดประชุมพัฒนาเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินภาคโรงพยาบาลเอกชน ระบุตั้งเป้าให้ให้ไทยเป็นผู้นำด้านการแพทย์ฉุกเฉินของAEC ภายในปีหน้า


 

สพฉ. ร่วมกับ สมาคมรพ.เอกชน จัดประชุมพัฒนาเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินภาคโรงพยาบาลเอกชน เร่งหาแนวทางในการพัฒนาบุคลากร พัฒนาห้องฉุกเฉิน และระบบการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงรพ. ระบุตั้งเป้าให้ให้ไทยเป็นผู้นำด้านการแพทย์ฉุกเฉินของ AEC ภายในปีหน้า



  

วันที่ ๑๕ สิงหาคม ที่ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี  ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จัดประชุมพัฒนาเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินภาคโรงพยาบาลเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน มีบทบาทในการดำเนินงานบริหารจัดการและสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้งเพื่อหาแนวทางพัฒนาให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

นายแพทย์เฉลิม  หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลเอกชน ผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาล และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาบุคลากร พัฒนาห้องฉุกเฉิน พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของประเทศเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ 

ด้าน นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชนถือเป็นเครือข่ายสำคัญที่ทำให้การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดยก้าวต่อไปของการพัฒนาร่วมกันมี ๔ เรื่องสำคัญ ดังนี้  .การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล ซึ่งมีการวางเป้าหมายในอนาคตว่าจะต้องสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และมีการแบ่งโซนการดูแลที่ชัดเจนมีการประสานโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นศูนย์กลางในการส่งต่อ ๒.การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อรองรับ AEC โดยมีการตั้งเป้าให้ประเทศไทยได้เป็นผู้นำด้านการแพทย์ฉุกเฉินของ AEC ภายในปี ๒๐๑๕มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทั้งเรื่องมาตรฐานการแพทย์และภาษา มีอุปกรณ์เครื่องมือทีทันสมัย และทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยทุกเชื้อชาติในระยะเวลาฉุกเฉิน ๓.มีระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีการทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยด้วยความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และกลับบ้านด้วยความสุข และ ๔.การพัฒนาบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยบุคลากรทุกระดับ มีสมรรถนะสูงตามมาตรฐานสากล มีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินปลอดภัย


 



 

 | วันที่ 15/08/2557

IeO1 977


 สพฉ.จัดตั้งวอร์รูมประเมินสถานการณ์ม็อบเสธอ้ายอย่างใกล้ชิด จัดรถฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็ว
 สพฉ.จัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ 24-26 มี.ค.นี้ ที่ไบเทคบางนา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เน้นเชื่อมห่วงโซ่คุณภาพการแพทย์ฉุกเฉินไทยใน 7 ประเด็นหลัก พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยให้ไร้ช่องว่าง
 สพฉ.ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย จัดประชุมวิชาการด้านการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ภัยพิบัตินานาชาติ
 รองเลขาธิการ สพฉ. ชี้ภัยพิบัติบางประเภทไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่สามารถทำให้ความสูญเสียเกิดขึ้นน้อยลงได้
 รองเลขาธิการสพฉ. ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของสายด่วน 1669 ระบุ ระบบพร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้ไดรับการรักษาอย่างทันท่วงที


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669