รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ.แนะดูแลหัวใจรับเทศกาลแห่งความรัก รณรงค์ใช้เครื่อง AED เตรียมพร้อมช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคหัวใจ ระบุ ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงมีคนเสียชีวิต 6 คน ด้านคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉินชี้ใช้เครื่อง AED ช่วยชีวิตเร็ว 1 นาทีจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต 30 เปอร์เซ็นต์


 

สพฉ.แนะดูแลหัวใจรับเทศกาลแห่งความรัก  รณรงค์ใช้เครื่อง AED เตรียมพร้อมช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคหัวใจ ระบุ ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงมีคนเสียชีวิต 6 คน  ด้านคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉินชี้ใช้เครื่อง AEDช่วยชีวิตเร็ว 1 นาทีจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต 30 เปอร์เซ็นต์ วอนหน่วยงานเอกชนที่มีความพร้อมติดตั้งเครื่องในอาคาร พร้อมเสนอกระทรวงศึกษาธิการบรรจุหลักสูตรการใช้งานเครื่อง AED และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ในแบบเรียน

ในวันที่ 14 ก.พ.ของทุกปีถูกจัดให้เป็นวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนใส่ใจดูกันในเรื่องหัวใจของกันและกันให้เข้มแข็งแต่วันนี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้มีความเป็นกังวลถึงสถานการณ์ของโรคหัวใจในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญเช่นกัน โดยนพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ3 รองจากโรคมะเร็งและอุบัติเหตุของประชากรในประเทศไทย โดยประเทศไทยมีประชาชนเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันห้าหมื่นสี่พันคน เท่ากับว่าในทุกๆ 1 ชั่วโมงมีคนเสียชีวิตจากโรคหัวใจมากถึง 6 คน โดยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันคือภาวะที่หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงสมองหรืออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทัน ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่เจ้าตัวไม่ทราบหรือไม่เคยตรวจมาก่อน ซึ่งกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงคือกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงควรหมั่นตรวจสุขภาพของตัวเองอยู่สม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยประชาชนที่พบผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันสามารถช่วยเหลือได้ด้วยการช่วยชีวิตฉุกเฉินตามหลักของห่วงโซ่การรอดชีวิตโดยให้ผู้ที่เข้าให้การช่วยเหลือโทรแจ้งสายด่วน1669  การทำ CPR และนำเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ(AED)มาใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วย จนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์นเรนทร์ โชติรสนิรมิต  รองผู้อำนวยการ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่และคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.)กล่าวว่าเครื่อง AEDเป็นเครื่องมือที่จะช่วยรักษาชีวิตและหัวใจของผู้ป่วยฉุกเฉินได้ โดยในเทศกาลแห่งความรักนี้ตนอยากให้ทุกฝ่ายหันมาใส่ใจในเรื่องนี้ ซึ่งตนได้รณรงค์ให้มีการติดตั้งเครื่องAED มานานแล้ว เนื่องจากได้แรงบันดาลใจจากการไปร่วมประชุมที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในสนามบินฟิลิปปินส์มีการติดตั้งเครื่อง AED กระจายไว้ทุกจุดเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จึงเห็นถึงความสำคัญว่าประเทศไทยก็ควรมี จึงได้เริ่มรณรงค์ให้มีการติดตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มติดตั้งไว้ที่สนามบินเชียงใหม่เป็นแห่งแรก และต่อมาก็ได้กระจายไปติดตั้งยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดพระธาตุดอยสุเทพ เนื่องจากเคยมีกรณีที่นักท่องเที่ยวเดินขึ้นบันไดแล้วหัวใจวายเฉียบพลันจนเสียชีวิต นอกจากนี้ได้ทำการฝึกสอนให้พระที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้ฝึกใช้เครื่อง AED และการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นด้วย รวมทั้งได้ติดตั้งที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยเหตุผลที่ต้องติดเครื่องดังกล่าวไว้ที่โรงพยาบาลเนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งเป็นตึกสูง เมื่อต้องนำส่งผู้ป่วยไปรักษาต้องผ่านพื้นที่ค่อนข้างไกล ทำให้ผู้ป่วยอาจพลาดโอกาสเพราะผู้ป่วยฉุกเฉินจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันควรได้รับการช่วยเหลือภายในระยะเวลา5 นาที ดังนั้นหากช้าเพียงนาทีเดียวก็จะทำให้โอกาสการรอดชีวิตลดลง อย่างไรก็ตามสถานที่ที่ควรมีการติดตั้งเครื่องAED คือสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการควรบรรจุเป็นหลักสูตรให้นักเรียนได้เรียนรู้การใช้เครื่องAED และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อเป็นการวางรากฐานเรื่องการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน

ด้านนาวาอากาศเอก(พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ รองผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพและกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.)กล่าวว่า การรณรงค์ให้มีการติดตั้งเครื่อง AED ในสถานที่ต่างๆ นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่หลายฝ่ายจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ เพราะเครื่อง AED สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันให้รอดชีวิตได้ โดยหากได้รับการช่วยเหลือเร็ว 1 นาที จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากถึงร้อยละ 30  อีกทั้งควรมีการรณรงค์ให้ความรู้ในเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นให้มากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเป็นคณะกรรมการฝ่ายแพทย์สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นั้นในวงการฟุตบอลได้มีการรณรงค์ให้มีการติดตั้งเครื่อง AED ไว้ประจำสนามแข่งขันซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดการฟีฟ่า แต่ทั้งนี้คงไม่ใช่เฉพาะเพียงสมาคมฟุตบอลหรือวงการกีฬาเท่านั้น ที่ต้องให้ความสำคัญ แต่ทุกๆ วงการควรหันมาศึกษาและรณรงค์ให้มีการติดตั้งเครื่อง AED อย่างจริงจัง

ขณะที่ Ms.KyokoTsukigase  Assistant, Department of Sports and medicine Kokushikan University กล่าวว่า ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการติดตั้งเครื่อง AED ในที่สาธารณะ ต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี โดยปัจจุบันที่ประเทศญี่ปุ่นมีเครื่อง AED ติดตั้งแล้ว 380,000เครื่อง ซึ่งสถานที่ที่จะติดคือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน และพื้นที่สาธารณะ แต่ทั้งนี้นอกจากการกระจายติดตั้งแล้วสิ่งสำคัญคือการรณรงค์เรื่องวินัยสาธารณะในการช่วยดูแลเครื่องAED  ซึ่งคนญี่ปุ่นทุกคนจะเห็นถึงความสำคัญว่าเครื่องนี้เป็นเครื่องที่ช่วยชีวิตคน ดังนั้นจะไม่มีใครทำลายหรือทำให้เครื่องได้รับความเสียหายและช่วยกันดูแลเพื่อให้เครื่องพร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตามเครื่อง AED ถือเป็นเครื่องที่มีราคาสูง ประเทศญี่ปุ่นจึงในวิธีการเช่าเครื่อง รวมถึงภาคธุรกิจก็เล็งเห็นถึงความสำคัญและช่วยจัดหาเครื่อง AED ไว้ประจำสถานที่ต่างๆ ด้วย อาทิ ล่าสุดมีบริษัทน้ำดื่มได้ร่วมมือกันในการบริจาคเครื่องด้วยคือหากประชาชนซื้อน้ำดื่มทุกๆ100 บาท ก็จะบริจาคเงิน 2 บาทเพื่อนำไปสนับสนุนการจัดซื้อเครื่อง AEDไปติดตั้งยังสถานที่ที่จำเป็น

//////////////////////////////////////////////////////

 

 

 | วันที่ 14/02/2558

IeO1 535


 “เยาวชนต้นกล้าสุราษฏร์ธานีโมเดล” เรียนรู้ช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน เพิ่มอัตรารอดชีวิตและหยุดวิกฤตการเสียชีวิตของผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ
 สืบสานพระราชปณิธาน “การแพทย์ฉุกเฉิน” เพื่อคนไทย - รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 สพฉ.แนะดูแลหัวใจรับเทศกาลแห่งความรัก รณรงค์ใช้เครื่อง AED เตรียมพร้อมช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคหัวใจ ระบุ ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงมีคนเสียชีวิต 6 คน ด้านคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉินชี้ใช้เครื่อง AED ช่วยชีวิตเร็ว 1 นาทีจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต 30 เปอร์เซ็นต์
 “นวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด ต่อยอดความคิดช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน”
 เตรียมสุขภาพ รับมือหน้าร้อน กับ 6 โรคฮิต ติดชาร์ต


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669