รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            นักวิชาการห่วงภัยพิบัติแผ่นดินไหว ระบุเป็นภัยพิบัติที่ทำลายล้างอย่างมหาศาล


 

นักวิชาการห่วงภัยพิบัติแผ่นดินไหว ระบุเป็นภัยพิบัติที่ทำลายล้างอย่างมหาศาล  เสนอออกกฎกระทรวงเรื่องการสร้างตึกสูง พร้อมวางระบบการเตือนภัย ด้านเลขาธิการ สพฉ. ย้ำต้องสร้างองค์ความรู้รับมือภัยพิบัติ พร้อมแนะแนวทางป้องกันเหตุฉุกเฉิน 

จากกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล แม้หลายฝ่ายจะออกมาระบุว่าไม่น่าจะมีอิทธิพลกับประเทศไทยนั้น เพราะระยะทางไกลมาก แต่ในทางวิชาการ ประเทศไทยก็ไม่ควรประมาท  จึงควรเฝ้าสังเกตการณ์เรื่องความต่อเนื่องทางธรณีวิทยา เนื่องจากเทือกเขาหิมาลัยมีความต่อเนื่องมาถึงยอดดอยอินทนนท์



ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ  ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ได้ออกมาย้ำเตือนว่าประเทศไทยควรมีแผนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมในเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยจะต้องเร่งออกกฎกระทรวงเรื่องการสร้างตึกสูง หรือสิ่งปลูกสร้างที่มากกว่า 5 ชั้น ว่าต้องเป็นตึกที่รองรับระบบแผ่นดินไหว มิเช่นนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวจริงจะทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก รวมถึงต้องพัฒนาสร้างระบบการเตือนภัยที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเร่งสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน โดยต้องบรรจุเป็นหลักสูตรในการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ

ขณะที่ ดร.ไพบูลย์  นวลนิล นักแผ่นดินไหววิทยา กล่าวว่า แผ่นดินไหวถือเป็นภัยพิบัติที่ทำลายล้างอย่างมหาศาลและไม่เลือกฤดูกาลที่จะเกิด และถึงแม้จะป้องกันไม่ให้เกิดไม่ได้แต่เราสามารถป้องกันให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดได้  โดยสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมอันดับแรก คือ การให้ความรู้เรื่องความรุนแรงและการสูญเสีย ของภัยพิบัติแผ่นดินไหว  โดยที่ผ่านมา ความรุนแรงของแผ่นดินไหวในระดับ 5-6  ริกเตอร์ จะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน  และในระดับ7-8  ริกเตอร์ ตึกหนาเป็นเมตรหรือเสริมคอนกรีตก็สามารถพังลงมาได้อย่างง่ายดาย ส่วนแผ่นดินไหวในระดับ 9.1 ริกเตอร์ นั้นสามารถสร้างการสั่นสะเทือนได้รอบโลกมาก 7-8 รอบ

อย่างไรก็ตามประเทศไทยควรสร้างระบบการเตือนภัยล่วงหน้าให้เกิดขึ้นให้ได้ เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีสถานีวัดระดับแผ่นดินไหวถึง  2,000 แห่ง ทั่วประเทศ  จึงทำให้การเตือนภัยมีประสิทธิภาพและสามารถเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวอพยพได้  แต่ในประเทศไทยยังมีศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเพียงแห่งเดียว 

ด้าน นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือเหตุภัยพิบัติคือต้องมีความรู้ความเข้าใจในการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยแต่ละครอบครัวควรสร้างแผนฉุกเฉินในการรับมือ เตรียมพร้อมถุงยังชีพซึ่งประกอบด้วยเอกสารสำคัญ อาหาร หรือยารักษาโรค และควรนัดแนะสถานที่นัดพบที่มีความปลอดภัยเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือพลัดหลงกันด้วย

ส่วนการรับมือขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้น หากยังอยู่ในบ้านหรืออาคารก่อนอื่นควรตั้งสติและให้หมอบลงกับพื้น และอยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง กำแพง หรือบล็อกคอนกรีตและใช้หลักสามเหลี่ยมในการหาที่หลบภัยในอาคาร และหากขับรถอยู่ให้จอดรถชิดขอบทาง อย่าออกจากรถจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย  หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟท์ และเมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วควรเร่งตรวจสอบดูสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส อย่าเปิดใช้จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย ใช้โทรศัพท์มือถือเท่าที่จำเป็นเนื่องจากระบบสัญญาณอาจจะล่มได้ นอกจากนี้ควรเตรียมพร้อมกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดใหม่ด้วย เพราะการเกิดแผ่นดินไหวมักจะมีการเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมา

 


 

 

 

 | วันที่ 28/04/2558

IeO1 622


 “เปิดต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดสงขลา 1669
 ทุกฉุกเฉินหมายเลขเดียว บทเรียนจากต่างประเทศ เพื่อการพัฒนา
 สพฉ. ดึงกู้ชีพเข้าร่วมอบรม ครู ก. พัฒนาสร้างอาสาฉุกเฉินชุมชน
 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
 เครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินน้อมใจ สืบสานพระราชปณิธาน “การแพทย์ฉุกเฉิน” เพื่อคนไทย


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669