รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            ยกระดับ‘การแพทย์ฉุกเฉินไทย’สู่ศูนย์กลางช่วยภัยพิบัติอาเซียน


 

 

ยกระดับ‘การแพทย์ฉุกเฉินไทย’ สู่ศูนย์กลางช่วยเหลือภัยพิบัติอาเซียน 


ปฏิญญา เอี่ยมตาล ทีมข่าวรายงานพิเศษ :   ขอบคุณหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 



            สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) รายงานข้อมูล เหตุภัยพิบัติในทวีปเอเชีย ระบุ ไทยเป็นประเทศที่มีสถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก จากเหตุภัยพิบัติธรรมชาติ สึนามิภาคใต้ แผ่นดินไหวรุนแรงภาคเหนือ เหตุภัยหนาว น้ำท่วม และภัยพิบัติที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ ตึกถล่ม สารเคมีรั่วไหล และ อุบัติเหตุหมู่บนท้องถนน เช่น รถตกเขา รถตกเหว รถพลิกคว่ำ รถชนกัน ไฟไหม้รถ รถแก๊สระเบิด ฯลฯ อุบัติเหตุทางน้ำ เรือล่ม แพแตก โป๊ะล่ม ไฟไหม้เรือ เรือชนตอม่อสะพาน และอุบัติเหตุทางอากาศ เครื่องบินตก เป็นต้น

            สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพราะการช่วยเหลือของหน่วยงานหลัก รวมถึงกู้ชีพ กู้ภัย เข้าไปในที่เกิดเหตุล่าช้า การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ลำเลียงผู้บาดเจ็บออกไม่ทัน ทำงานไม่เป็นระบบ ทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนในจุดเกิดเหตุขึ้นอีก นำไปสู่การสูญเสียเสียชีวิตของผู้ประสบภัยและผู้เข้าไปช่วยเหลือในที่สุด

            สพฉ. ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีสาธารณสุข 10 ประเทศอาเซียน ให้เป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้เพิ่มศักยภาพ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หลังปรากฏ ตัวเลขผู้เสียชีวิตในไทย หลังเกิดเหตุ มากถึงร้อยละ 40

            ด้วยเหตุผลดังกล่าว สพฉ.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย  จัดประชุมวิชาการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน สถานการณ์ภัยพิบัตินานาชาติในไทย เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22-25 มิถุนายน ที่ผ่านมา

            การจัดประชุมวิชาการดังกล่าวมีกิจกรรมน่าสนใจคือ การแข่งขันแรลลี่ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากเหตุสาธารณภัยในอาเซียน (INTERNATIONAL DISASTER MEDICAL RALLY AND CONFERENCE) ภายใต้คอนเซ็ปต์ TOGETHER WE WILL SURVIVE โดยรูปแบบของกิจกรรมจะมีการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง  4 ฐาน คือ สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง ในโรงพยาบาล ต้องลำเลียงผู้ป่วยออกมาให้ทันท่วงที หนึ่งในนั้นมีผู้ป่วยท้องแก่ใกล้คลอด

            รวมถึงฐานปฏิบัติช่วยเหลือเหตุ สารเคมีรั่วไหล ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ฐานช่วยเหลือเหตุ แผ่นดินไหวตึกถล่ม และการปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แพทย์ฉุกเฉิน EMGENCY OPERRATION CENTER (EOC) โดยกิจกรรมนี้กำหนดให้มีผู้เข้าร่วม 4 ทีม ทีมละ 40 คน เป็นคณะทำงานทีมชาติผสมจาก ไทย ญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย ลาว ใช้สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15

            บรรยากาศเป็นไปด้วยความสามัคคี พร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว ทุกทีมต่างทำงานแข่งกับเวลา โดยไม่รู้มาก่อนว่า จะต้องเผชิญเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างไรบ้าง โดยสรุปผลลัพธ์ที่ได้ตรงตามเป้าหมายการจัดงานคือ การทำงานร่วมกันนั่นเอง
            
            นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาฯ สพฉ.บอกว่า เป้าหมายไม่ใช่แพ้ชนะ แต่ต้องการเพิ่มทักษะ บุคลากรการแพทย์ฉุกเฉินทุกประเทศที่เข้าร่วม มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานอาเซียน รองรับเหตุภัยพิบัติในอนาคตที่มีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้น

            “เป็นการถอดบทเรียนข้อบกพร่อง การจัดการแพทย์ฉุกเฉิน เหตุภัยพิบัติแต่ละประเทศ มาวิเคราะห์แก้ไข ยึดต้นแบบญี่ปุ่นเป็นหลัก  เน้นประสานความร่วมมือ ทักษะ วิชาการ และปฏิบัติ  ระบบบัญชาการเหตุการณ์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติในประเทศใดในอาเซียน จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่" เลขาฯ สพฉ.กล่าว

            สอดคล้องกับแนวคิดของ นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาฯ สพฉ. ผู้จัดการโครงการ มองว่า เป้าหมายแข่งขันเพื่อสร้างเครือข่ายร่วมมือเป็นหนึ่งเดียว สู่ทีมมาตรฐานแพทย์ฉุกเฉินอาเซียน เน้นศักยภาพทีมเวิร์กว่าอยู่ระดับไหน ต่อยอดถึงการอบรมพัฒนาในวันข้างหน้าให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน

            “แม้จะยังไปไม่ถึงสากล แต่ก็ไม่หนีความพยายาม โอกาสที่จะก้าวทันไม่ยาก คนอาเซียนฉลาดไม่น้อยกว่ายุโรป เพียงแต่ขาดความเป็นระบบและงบประมาณเท่านั้น จากบทเรียนแผ่นดินไหวเนปาล ทำให้เรารู้ว่า การมีคนไปช่วยเยอะไม่ใช่จะดี เพราะมันมั่ว ไม่เป็นระบบ ทำให้เกิดความคิดมุมมองที่คาดไม่ถึงคือ เรื่องของการนวดผ่อนคลายแก่ผู้ประสบภัยในศูนย์ช่วยเหลือ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่คนไทยทำได้และทำได้ดีด้วย" นพ.ภูมินทร์ กล่าว

            นพ.ภูมินทร์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาการกู้ชีพ กู้ภัยและการช่วยเหลือการแพทย์ฉุกเฉินรัฐไทยเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ แม้จะมีข้อกฎหมายและ พ.ร.บ.รองรับก็ตาม แต่มีการคานอำนาจกัน ทำให้มีผู้สั่งการหลายคน แตกต่างกับอเมริกา ทำงานเป็นทีมมีระบบ มีผู้มีอำนาจบัญชาการเหตุการณ์ สั่งการคนเดียว มีรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ คุมผู้ปฏิบัติฝ่ายต่างๆ ให้งานออกมาทิศทางเดียวกัน

            เช่นเดียวกับ ชาติชาย ไทยกล้า ผอ.สถาบันฝึกดับเพลิงกู้ภัยชั้นสูง เห็นพ้องความคิดข้างต้นที่ว่า ฝรั่งไม่ได้เก่งไปกว่าคนไทย เพียงแต่เขาทำเป็นระบบมีมาตรฐาน ไม่มั่ว บ้านเรามีแต่คนสั่ง แต่ต่างคนต่างทำ ขาดการฝึกฝนทบทวน หากได้ฝึกความพร้อมประจำสม่ำเสมอก็จะซึมซับในซอกหลืบของสมอง แต่ถ้าฝึกไปหัวเราะไปก็จะได้แค่นั้น พอถึงเวลาจริงทำไม่ได้เพราะไม่ตั้งใจ

            การฝึกประชุมเชิงวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินอาเซียนและการซ้อมรับสถานการณ์จริง ครั้งนี้ มีคณะทำงานแพทย์ฉุกเฉินญี่ปุ่นร่วมสังเกตการณ์ด้วยในฐานะผู้ฝึกสอน พร้อมประเมินคะแนนมาตรฐานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของไทยว่า อยู่ที่ระดับ 2-3 ใน 5 ระดับ เพราะขาดประสบการณ์

            ทัตสุโอะ โอโนะ เลขาธิการหน่วยแพทย์รองรับสาธารณภัย กระทรวงสุขภาพ แรงงานและสวัสดิการประเทศญี่ปุ่น ให้เหตุผลว่า การแพทย์ฉุกเฉินไทยยังอ่อนซ้อม ต้องฝึกบ่อยๆ ให้เกิดความชำนาญ แม้จะยังไม่เกิดเหตุก็ตาม เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถทำงานได้เลย หลายคนยังขาดประสบการณ์ แต่ยังไม่สายเกินไป ถ้าจะเริ่มต้นในตอนนี้ เพราะไทยน่าเป็นห่วง เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติที่ไม่คาดคิด เช่น เหตุสึนามิในอดีต เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ และเหตุแผ่นดินไหว

            ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ ทั้ง เจ้าหน้าที่รัฐไทย และนานาชาติ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นด้วยกับการฝึกซ้อมบ่อยๆ เป็นการนำทักษะความรู้มาใช้งานจริง และเป็นโอกาสดีของการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินไทย การแพทย์ฉุกเฉินอาเซียน ยกระดับเป็นศูนย์กลางความร่วมมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 10 ประเทศ ภายใต้การปฏิบัติที่เข้มแข็ง มีมาตรฐานสูงที่เป็นผลพวงจากการถอดบทเรียนแผ่นดินไหวเนปาล  


 



 

 

 | วันที่ 06/07/2558

IeO1 426


 “เปิดต้นแบบนวัตกรรมชุดสื่อสารฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดช่องว่างด้านการแพทย์ฉุกเฉินไทย
 พระราชบิดาแห่งการแพทย์ไทย
 สพฉ. แนะวิธีดู "บอลโลก" ให้ ปลอด "โรค"
 สพฉ. พัฒนาแอพลิเคชั่นตรวจสอบมาตรฐานรถฉุกเฉิน เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งระบบ IOS และ Android เชื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วยฉุกเฉิน
 “สพฉ. ถอดบทเรียนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถพยาบาลฉุกเฉิน หวังให้ประชาชนตระหนักในเรื่องความปลอดภัยเชิงป้องกันอุบัติเหตุกับรถพยาบาล”


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669