รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. จับมือ 10 ประเทศอาเซียน จัดทำแผนพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ


 

สพฉ. จับมือ 10 ประเทศอาเซียน จัดทำแผนพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ เตรียมเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนกันยายนนี้ ตั้งเป้าสร้างมาตรฐานการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ


 


สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดประชุมการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ ระหว่างประเทศอาเซียน กับประเทศญี่ปุ่น   ที่โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท   โดยมีตัวแทนจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ประเทศละ 3 คน และ ทีมแพทย์ฉุกเฉินจากประเทศญี่ปุ่น ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ฉุกเฉินจากJICA (Japan International Cooperation Agency) 15 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนและสรุปผลการศึกษาระบบการแพทย์ฉุกเฉินและระบบการการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติของ 10 ชาติอาเซียนด้วย

นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ภายใต้โครงการ “การจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติของอาเซียน” ( Disaster Health Management ) ซึ่งประเทศไทยได้รับมอบหมายจากที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนให้เป็นแกนนำในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในอาเซียนให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อทำให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที โดยจะมีการจัดทำแผน 3 ปี ระหว่างปี 2559-2561 เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติในกลุ่มอาเซียน  สำหรับกิจกรรมในการประชุมครั้งนี้จะเป็นการสรุปบทเรียนในการทำงานร่วมกันของ10ประเทศอาเซียนในการรับมือภัยพิบัติ  และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เนปาล การเสวนาระดมความคิดเรื่องการปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ของประเทศต่างๆ ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับภูมิภาค 

รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าวถึงผลสรุปของการประชุมในครั้งนี้ว่า ที่ประชุมได้มีความเห็นร่วมกันในหลายเรื่องดังนี้ 1. ประเทศอาเซียนจะจัดประชุมการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ ระหว่างประเทศอาเซียนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อทบทวนถึงแนวทางและมาตรการที่ 10ประเทศจะปฏิบัติร่วมกันหากเกิดภัยพิบัติขึ้นในแต่ละประเทศ  2. จะมีการซ้อมแผนเพื่อรับมือภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียนร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง และจะมีการจัดทำมาตรฐานของทีมแพทย์ฉุกเฉินและมาตรฐานของบุคลากรทางด้านการแพทย์ฉุกเฉินในสภาวะภัยพิบัติที่จะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งอาเซียนโดยจะมีระยะเวลาดำเนินการ3 ปี

3.ประเทศสมาชิกจะร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลของทีมแพทย์ฉุกเฉินและบุคลากรทางด้านการแพทย์ฉุกเฉินของแต่ละประเทศว่าในแต่ละพื้นที่มีทีมที่ทำงานมากน้อยเท่าไหร่และบทบาทการทำงานของทีมแพทย์ฉุกเฉินในแต่ละประเทศเป็นแบบไหนลักษณะใดและมีศักยภาพในการทำงานมากน้อยแค่ไหนอย่างไรบ้าง และหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติในและประเทศเราจะสามารถติดต่อทีมแพทย์ฉุกเฉินในประเทศสมาชิกที่เกิดเหตุได้ในรูปแบบไหนอย่างไร 4.การจัดทำข้อมูลการประเมินสถานการณ์และประเมินความต้องการช่วยเหลือทางการแพทย์ของพื้นที่ประสบภัย และ   5. จัดให้มีการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับในภูมิภาคอาเซียนเพื่อให้เตรียมพร้อมกับการรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย โดยข้อสรปุทั้ง 5 ข้อจะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนเห็นชอบต่อไป ในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ระหว่างการประชุมผู้เข้าร่วมงานยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานระบบการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทยที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช อาทิ ระบบการฝึกอบรมบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การเรียนรู้ประสบการณ์การรับมือมหาอุทกภัยในปี 2554 เพื่อให้แต่ละประเทศในอาเซียนนำไปปรับใช้อีกด้วย

 


 

               

 

 | วันที่ 04/08/2558

IeO1 852


 สพฉ. สรุปอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบ 5 ปี คนไทยตายจากอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์มากถึงร้อยละ8.5
 สพฉ.จับมือ สตช. กรมขนส่งทางบก ตรวจขึ้นทะเบียนรถกู้ชีพในพื้นที่ กทม.
 เขียว – เหลือง – แดง แยกสีแยกประเภทเจ็บป่วยฉุกเฉิน
 สพฉ. จับมือสภาการพยาบาลพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบุพยาบาลถือเป็นกำลังหลักในการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมเร่งสร้างความคุ้มครองให้พยาบาล
 สพฉ.และภาคีเครือข่ายเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนที่เดินทางเข้ามาแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจัดตั้งศูนย์สื่อสารเฉพาะกิจในบริเวณท้องสนามหลวง


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669