รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            เตือนโรคฉุกเฉินในผู้หญิง “หัวใจ-หลอดเลือดสมอง” คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ แนะระวัง “เบาหวาน-ความดัน” ปัจจัยเสี่ยงสำคัญทำให้เกิดโรคฉุกเฉิน


 

เตือนโรคฉุกเฉินในผู้หญิง “หัวใจ-หลอดเลือดสมอง” คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ แนะระวัง “เบาหวาน-ความดัน” ปัจจัยเสี่ยงสำคัญทำให้เกิดโรคฉุกเฉิน  พร้อย้ำควรตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุขึ้นเลขสาม

 

ปัจจุบันมีหลายโรคที่คร่าชีวิตคนไทย โดยเฉพาะผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งถือเป็นเดือนแห่งวันแม่ เป็นเดือนของผู้หญิง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ขอเชิญชวนลูกๆ ทุกคนช่วยกันดูแลสุขภาพแม่ให้ห่างไกลโรค

ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า  ปัจจุบันโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับต้นๆ คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง โดยโรคหัวใจและหลอดเลือด ถือเป็นโรคฉุกเฉินที่อันตรายมาก เนื่องจากไม่ค่อยมีอาการเบื้องต้น และจะเกิดโรคในปัจจุบันทันด่วน คือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เจ็บลิ้นปี่ ร้าวไปกรามทั้งสองข้าง ลงไปที่แขนหรือมือ ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ คอเลสเตอรอลสูง เป็นเบาหวานเรื้อรัง อ้วน มีความเครียด ไม่ออกกำลังกาย

ส่วนโรคหลอดเลือดสมอง (STROKE)  ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิง และผู้หญิงมีอัตราการเกิดโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ที่สำคัญมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเพศชาย โดยโรคดังกล่าวคือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก โดยผู้ป่วยด้วยโรคนี้จะมีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ซึ่งส่วนมากทุกอาการจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน ดังนั้นผู้พบเห็นต้องรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ โทรสายด่วน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างทันที โดยต้องระลึกเสมอว่าการรักษาผู้ป่วยโรคนี้จะต้องรีบส่งเข้ารักษาภายในเวลา 3 ชั่วโมง จะทำให้ผู้ป่วยจะลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือพิการ

รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อว่า นอกจากโรคฉุกเฉิน 2 โรคแล้ว ยังมีโรคที่ถือเป็นต้นตอ และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคฉุกเฉินด้วย คือ  โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดยโรคเบาหวานจะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ หากป่วยเป็นเบาหวาน จะยิ่งเพิ่มความอันตราย และอาจรุนแรงจนทำให้ตาบอด ไตวาย เป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ทั้งโรคหัวใจ และหลอดเลือดในสมอง

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ คือ 70-110 และควรรับประทานอาหารให้พอดี เว้นระยะห่างของอาหารแต่ละมื้อให้นาน งดเว้นอาหารประเภทหวานๆ หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวาน อาหารประเภทแป้งและไขมัน รวมทั้งไขมันจากกะทิ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3ครั้ง เป็นเวลา 15-30 นาทีต่อวัน เพื่อให้ห่างไกลโรค

ขณะที่ความดันโลหิตสูง จะยิ่งอันตรายมากเช่นกันในผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะความดันโลหิตสูงสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะใน 3 เดือนก่อนคลอด หากไม่รักษาจะเป็นอันตรายทั้งแม่และลูก หรืออาจทำให้ครรภ์เป็นพิษได้

ดังนั้นแนวทางป้องกันที่ดีอย่างหนึ่ง นอกจากรักษาสุขภาพให้แข็งแรงแล้ว ทุกคนจะต้องหมั่นตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องประมาณปีละ 1 ครั้ง แต่สำหรับคนที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคร้าย เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ซึ่งมีความเสี่ยงในการสืบทอดทางกรรมพันธุ์ ก็อาจต้องตรวจตั้งแต่อายุน้อย  และสำหรับผู้หญิง หากมีอายุตั้งแต่เลข 3 ขึ้นไป การตรวจสุขภาพถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามหากเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ที่สายด่วน1669 บริการฟรีตลอด 24ชั่วโมง

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



 | วันที่ 14/08/2558

IeO1 508


 ศูนย์ประสานงานการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียน หรือ AHA Centre
 ทำอย่างไรให้ปลอดภัย เมื่อ “ติดปีก”
 เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทำข่าวพิธีลงนามบันทึกการหารือ (THE RECORD OF DISCUSSION)
 แนวทางการหลีกทางให้รถฉุกเฉิน
 เกร็ดความรู้ การปฐมพยาบาลยืดชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน ตอนทำอย่างไรดีเมื่อพบผู้ป่วยเจ็บแน่นทรวงอกหรือหัวใจ ????


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669