รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ.เตือนอุบัติเหตุที่อาจเกิดในการจุดประทัดในเทศกาลออกพรรษา ชี้มีอันตรายต่อร่างกาย 3 ทาง ผิวหนัง นิ้วมือ และดวงตา


 

สพฉ.เตือนอุบัติเหตุที่อาจเกิดในการจุดประทัดในเทศกาลออกพรรษา ชี้มีอันตรายต่อร่างกาย 3 ทาง ผิวหนัง นิ้วมือ และดวงตา พร้อมแนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากได้รับอันตรายจากประทัด

วันออกพรรษาถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาของไทย โดยในหลายพื้นที่จะมีการจุดประทัดในวันสำคัญทางศาสนาครั้งนี้  โดยนพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ออกมาเตือนประชาชนถึงอันตรายจากการจุดประทัดว่า การจุดประทัดนั้นจะต้องระมัดระวังอย่างมาก ไม่ควรจุดประทัดภายในบ้านเรือน ใกล้แนวสายไฟ เพราะประกายไฟอาจกระเด็นไปติดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และไม่ควรจุดประทัดครั้งละจำนวนมาก เพราะแรงระเบิดจากประทัดอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย  โดยเฉพาะการจุดประทัดที่มีสายชนวนสั้น จุดไม่ติดก็ไม่ควรจุดซ้ำ และที่สำคัญห้ามโยนประทัดใส่กลุ่มคนเด็ดขาด  ทั้งนี้ประทัด พลุ และดอกไม้ไฟ เป็นวัตถุอันตรายที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของวัตถุระเบิดชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย 3 ทาง คือ 1.ทางผิวหนัง คือเกิดแผลไหม้จากแรงระเบิด 2.ทางนิ้วมือ คืออาจทำให้นิ้วมือ หรืออวัยวะขาด เนื่องจากแรงระเบิด และ 3.ทางตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางที่สุด คืออาจทำให้ตาดำไหม้ ขุ่นมัว เลือดออกช่องหน้าม่านตา และอาจทำให้ตาบอดถาวรได้

เลขาธิการสพฉ.ยังได้แนะถึงวิธีปฐมพยาบาลสำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากประทัดว่า ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการจุดประทัด อาทินิ้วหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งขาดนั้น ให้รีบห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด โดยใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล พันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก ทั้งนี้ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้รัดเส้นประสาทหลอดเลือดเสียได้  นอกจากนี้ควรสังเกตอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ควรงดอาหารทางปาก และจิบน้ำได้เล็กน้อย เพราะอาจจะต้องรับการผ่าตัดด่วน    ส่วนวิธีการเก็บรักษาอวัยวะส่วนที่ขาดคือ ให้นำสิ่งสกปรกออกจากส่วนที่ขาด ล้างน้ำสะอาด ใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น แล้วนำไปใส่ในน้ำแข็ง โดยอวัยวะที่มีกล้ามเนื้อมาก ๆ เช่น แขน ขา ต้องได้รับการผ่าตัดต่อเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ภายใน 6 ชม. ส่วนบริเวณที่ไม่มีกล้ามเนื้อ เช่น นิ้ว สามารถเก็บไว้ได้ 12 – 18 ชม.

นพ.อนุชากล่าวแนะนำเพิ่มเติมว่า หากได้รับบาดเจ็บทางตาให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมากทันที  และสำหรับการปฐมพยาบาลสำหรับแผลไฟไหม้นั้นให้ถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ถูกไฟเผาไหม้ออก โดยห้ามใช้น้ำมัน โลชั่น ยาสีฟันหรือยาปฏิชีวนะทาบนแผลเด็ดขาด แต่หากพบว่ามีบาดแผลไฟไหม้วิกฤติ คือมีแผลขนาดใหญ่ หรือไหม้ลวกทางเดินหายใจ และมีการอาการกลืนลำบาก เสียงแหบ หายใจใจลำบาก หรือมีอาการสูดควันจำนวนมาก ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดย ซึ่งจะมีทีมแพทย์ฉุกเฉิน และทีมกู้ชีพคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง



 | วันที่ 27/10/2558

IeO1 534


 สพฉ. จัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ 24-26 มี.ค.นี้ ชูประเด็นลดช่องว่างระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย
 ภาคีเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินยื่น5 ข้อเสนอพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย
 มธ.ดึงหลายหน่วยงานร่วมถกแก้ปัญหาการขับรถผ่าไฟแดงของรถพยาบาลฉุกเฉิน
 สพฉ.ห่วงแม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ พบปีที่ผ่านมามีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากการตั้งครรภ์ กว่า 26,461 คน
  สพฉ.เปิดสถิติการให้บริการตามสิทธิ UCEP พบ 13 วันมีผู้ขอใช้บริการ 1 พันกว่าคน


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669