รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สธ.เตรียมรับมืออุบัติเหตุวันหยุดยาว สั่งทุกจังหวัดหาจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่อย่างน้อย 5 จุดต่อจังหวัด


 
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนาย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ., นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แถลงข่าว "อุบัติเหตุป้องกันได้" เพื่อบูรณาการการทำงานในการป้องกันลดการบาดเจ็บ เสียชีวิต และพิการจากอุบัติเหตุจราจร ซึ่งไทยมีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 22,000 ราย อัตราเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก



นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า สธ.ให้ความสำคัญกับปัญหาอุบัติเหตุจราจร กำหนดให้เป็นวาระกระทรวงสาธารณสุข และปรับแผนรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุจราจรจากทุกเทศกาล เป็นการรณรงค์ตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นสาเหตุให้คนไทยเสียชีวิตกว่า 22,000 รายต่อปี บาดเจ็บต้องเข้ารักษาในแผนกผู้ป่วยนอกปีละกว่า 1 ล้านราย บาดเจ็บรุนแรงต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลอีกกว่าแสนราย และในจำนวนนี้ยังทำให้เกิดความพิการอีกประมาณร้อยละ 4.6 ของผู้ที่บาดเจ็บรุนแรงต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล ดังนั้น ได้ให้ทุกจังหวัดวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยา หาจุดเสี่ยง จุดอันตรายในพื้นที่อย่างน้อยจังหวัดละ 5 จุด นำเสนอต่อศูนย์ความปลอดภัยทางถนนและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกันในพื้นที่ เช่น การเพิ่มไฟส่องสว่างในถนนที่มืด ติดไฟเตือนบริเวณทางร่วมทางแยก การปิดจุดกลับรถ เป็นต้น โดยจะประเมินผลการดำเนินงานทุก 3 เดือน นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลจะเสนอให้หน่วยงานในพื้นที่ เพิ่มมาตรการด่านชุมชนในกว่า 7,000 ตำบลทั่วประเทศ สกัดกั้นผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งเมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น ออกสู่ถนนใหญ่พบว่าการมีด่านชุมชนจะช่วยลดอุบัติเหตุได้มาก

โดยใช้กลยุทธ์ 5 ส.ในการทำงาน ได้แก่ 1.สารสนเทศ โดยบูรณาการข้อมูลการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากระบบเฝ้าระวังของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ และบริษัทกลาง รวมทั้งข้อมูลจากการสวบสวนโรคเชิงลึกจากทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว นำมาวิเคราะห์ให้ทราบสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยง 2.สุด เสี่ยง โดยชี้จุดเสี่ยง จุดอันตรายที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยา 3.สหวิชาชีพ เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกวิชาชีพ 4.สุดคุ้ม ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา และ 5.ส่วนร่วม ดำเนินงานโดยประชาชน ชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ต้องให้ความร่วมมือมองเห็นปัญหาร่วมกันจึงจะประสบความสำเร็จในการทำงาน

ด้าน นพ.โสภณกล่าวว่า ในการดำเนินงานลดการบาดเจ็บ เสียชีวิต และพิการทางอุบัติเหตุจราจร สธ.ได้วางแผน 4 ด้าน ดังนี้ 1.ระบบข้อมูล ที่บูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอต่อศูนย์ความปลอดภัยทางถนน 2.การป้องกัน ทั้งการแก้ไขจุดเสี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ สวมหมวกนิรภัย เมาไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย รวมทั้งมาตรการองค์กร และด่านชุมชน 3.การรักษาพยาบาล เพิ่มคุณภาพห้องฉุกเฉิน เปิดช่องทางด่วนรองรับผู้บาดเจ็บ เพิ่มคุณภาพงานการแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุให้ได้มาตรฐานระดับสากล ทั้งบุคลากร รถพยาบาล อุปกรณ์กู้ชีพ และสายด่วน 1669 4.การบริหารจัดการ เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับกระทรวง และระบบบัญชาการในภาวะฉุกเฉินระดับเขต/จังหวัด ตั้งศูนย์จัดการการบาดเจ็บและฉุกเฉิน (Emergency & Trauma Admin Unit) ในโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลอำเภอขนาดใหญ่ กำหนดผู้ประสานงานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ทำงานร่วมกับศูนย์ความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่

ทั้งนี้ จากการถอดบทเรียนในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ปี 2558 ที่ตั้งด่านชุมชน 206 ด่าน สกัดกั้นไม่ให้ผู้ขับขี่ที่ดื่มสุราขับรถออกสู่ถนนใหญ่ และตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ไม่สวมหมวก และขับรถเร็ว ทำให้ลดการเสียชีวิต ลดการบาดเจ็บได้ร้อยละ 82 ลดผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลได้ร้อยละ 77 โดยใช้ข้อมูลชี้เป้าของ สธ.ต่อไป.



  | วันที่ 06/11/2558

IeO1 471


 สพฉ. จับมือ ปภ.และองค์กรรับมือภัยพิบัติสหรัฐอเมริกา
 สพฉ. ออกแนวทางป้องกันตนเองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมรับเชื่อไว้รัสเมอร์
 สพฉ.แจงปมอนุญาตจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการกู้ชีพ
 สพฉ.เตรียมพร้อมประสานงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน หลังประกาศกฎอัยการศึก
 สพฉ. จับมือ เอไอเอส ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเชื่อมต่อดาต้า ผ่านแอพพลิเคชั่น ช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน “EMS 1669”


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669