รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. เตือนประชาชนระวัง 2 อุบัติเหตุเสี่ยง ที่ทำให้เจ็บป่วยฉุกเฉินในเทศกาลลอยกระทง


 

สพฉ. เตือนประชาชนระวัง 2อุบัติเหตุเสี่ยง ที่ทำให้เจ็บป่วยฉุกเฉินในเทศกาลลอยกระทง แนะระวังเด็กเล็กไม่ให้ลงเก็บเงินในกระทงเพราะเสี่ยงจมน้ำ  ชี้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด  ห่วงคนเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ หากเล่นแล้วพลาดจนระเบิด อาจเสี่ยงสูญเสียอวัยวะสำคัญ

ในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่จะมีขึ้นภายในอาทิตย์นี้นั้น เป็นช่วงที่มีสถิติของการเจ็บป่วยฉุกเฉินมากที่สุดเช่นหลายๆ เทศกาลของไทยที่ผ่านมา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้รวบรวมอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงเทศกาลลอยกระทงเพื่อให้ประชาชนที่จะออกไปท่องเที่ยวในเทศกาลสำคัญนี้ได้เตรียมตัวรับมือกับอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนเองและคนใกล้ชิดได้



นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงเทศกาลลอยกระทงมีดังนี้  1.อุบัติเหตุจากการตกน้ำ จมน้ำ  ในช่วงเทศกาลลอยกระทงเป็นช่วงที่มรประชาชนเสี่ยงตกน้ำ จมน้ำ และเสียชีวิตสูงสุดในรอบปี โดยเฉพาะในเด็กเล็ก  ซึ่งมาจากสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้  การพลัดตกน้ำเพราะผู้คนเบียดเสียด  หรือดื่มสุราฉลองในเทศกาลลอยกระทงจนไม่สามารถควบคุมการทรงตัวของตนเองได้จนทำให้ผลัดตกน้ำจนเสียชีวิต และสาเหตุของการจมน้ำที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดอีกเรื่องคือเด็กเล็กที่ชอบลงน้ำไปเก็บเศษเงินในกระทง  ซึ่งผู้ปกครองเองควรดูและบุตรหลานของตนเองอย่างใกล้ชิดไม่ควรปล่อยให้เด็กๆอยู่ใกล้กับแม่น้ำตามลำพังหรือลงไปเก็บเศษเงินในกระทงตอนค่ำคืน และ ควรพาบุตรหลานไปลอยกระทงในบริเวณที่จัดไว้ให้เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ

 เลขาธิการสพฉ.กล่าวว่า สำหรับวิธีในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเราพบเห็นคนตกน้ำ จมน้ำควรช่วยเหลือโดยคิดถึงความปลอดภัยตัวเองเป็นสำคัญก่อน เพราะบ่อยครั้งที่คนช่วยก็ได้รับอันตรายจากการช่วยเหลือด้วย โดยวิธีที่ถูกต้องในการช่วยคนขึ้นจากน้ำประกอบด้วยการตะโกน โยน ยื่น  อย่างแรกคือการตะโกนบอกให้คนตกน้ำอย่าตกใจ จากนั้นหาวัสดุลอยน้ำโยนให้ผู้ที่ตกน้ำเกาะพยุงตัว  และยื่นอุปกรณ์ หรือหาสิ่งของให้ผู้ที่ตกน้ำจับเพื่อลากเข้าฝั่ง ไม่ควรกระโดดลงไปช่วย เพราะผู้ที่จมน้ำจะมีอาการตกใจ กอดรัด และทำให้จมน้ำไปด้วยกันทั้งคู่  ทั้งนี้เมื่อน้ำคนขึ้นมาจากน้ำได้แล้วนั้นให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่สายด่วน 1669 และหากสังเกตว่าถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้กดนวดหัวใจและช่วยหายใจตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์  ส่วนผู้ป่วยที่ยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง ศีรษะหงายไปข้างหลัง เพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้กินอาหารและดื่มน้ำทางปาก

นพ.อนุชากล่าวอีกว่า ส่วนการช่วยเหลือเด็กจมน้ำนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามนำเด็กวิ่งอุ้มพาดบ่า เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้น้ำในปอดไหลออกมาแล้ว จะยิ่งทำให้การช่วยเหลือชีวิตเด็กนั้นเป็นไปอย่างช้าและยากลำบาก

“ทั้งนี้เมื่อท่านนำเด็กขึ้นมาจากน้ำแล้วให้รีบนำเด็ก วางเด็กลงบนพื้นแห้ง แข็ง ถอดเสื้อที่เปียกออก เช็ดตัวเด็กให้แห้ง หากเด็กไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก  ให้รีบช่วยฟื้นคืนชีพ ( CPR)  โดยวางส้นมือไว้ตรงกลางหน้าอก ระดับราวนมและใช้มืออีกข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของเด็กพยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจ กดหน้าอกให้กดลงไประหว่าง 1/3 ของความลึกของหน้าอก ทำการกดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการเป่าปากช่วยหายใจ 2ครั้ง กดแต่ละครั้้งต้องเร็ว 100 – 120 ครั้ง ต่อนาที และไม่มีการหยุด ทั้งนี้ให้ทำไปจนกว่าเจ้าหน้าที่รถพยาบาลจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือและนำเด็กส่งต่อไปยังโรงพยาบาล”เลขาธิการสพฉ.กล่าว

                นพ.อนุชา ยังเปิดเผยถึงอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินลำดับที่ 2 คือ อุบัติเหตุจากการจุดประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ  เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยมากในช่วงเทศกาลลอยกระทวงเหมือนที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาให้ข้อมูลเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนว่าให้ระวังการจุดประทัด พลุ และดอกไม้ไฟให้มากเพราะนอกจากจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินแล้วยังอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ได้อีกด้วย  ซึ่งการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการจุดประทัดมีดังนี้ เมื่อนิ้วหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งขาดจากแรงระเบิดของประทัด พลุ หรือดอกไม้ไฟนั้น ให้รีบห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด โดยใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล พันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก ทั้งนี้ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้รัดเส้นประสาทหลอดเลือดเสียได้ นอกจากนี้ควรสังเกตอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ควรงดอาหารทางปาก และจิบน้ำได้เล็กน้อย เพราะอาจจะต้องรับการผ่าตัดด่วน    ส่วนวิธีการเก็บรักษาอวัยวะส่วนที่ขาดคือ ให้นำสิ่งสกปรกออกจากส่วนที่ขาด ล้างน้ำสะอาด ใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น แล้วนำไปใส่ในน้ำแข็ง โดยอวัยวะที่มีกล้ามเนื้อมาก ๆ เช่น แขน ขา ต้องได้รับการผ่าตัดต่อเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ภายใน 6 ชม. ส่วนบริเวณที่ไม่มีกล้ามเนื้อ เช่น นิ้ว สามารถเก็บไว้ได้ 12 – 18 ชม.

นพ.อนุชากล่าวแนะนำเพิ่มเติมว่า หากได้รับบาดเจ็บทางตาให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมากทันที และสำหรับการปฐมพยาบาลสำหรับแผลไฟไหม้นั้นให้ถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ถูกไฟเผาไหม้ออก โดยห้ามใช้น้ำมัน โลชั่น ยาสีฟันหรือยาปฏิชีวนะทาบนแผลเด็ดขาด แต่หากพบว่ามีบาดแผลไฟไหม้วิกฤติ คือมีแผลขนาดใหญ่ หรือไหม้ลวกทางเดินหายใจ และมีการอาการกลืนลำบาก เสียงแหบ หายใจใจลำบาก หรือมีอาการสูดควันจำนวนมาก ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดย ซึ่งจะมีทีมแพทย์ฉุกเฉิน และทีมกู้ชีพคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

“เทศกาลลอยกระทง ถือเป็นเทศกาลสำคัญของไทยที่เราจะได้แสดงออกถึงการขอขมาในสิ่งที่เราได้ล่วงเกินต่อพระแม่คงคา ผมอยากให้ทุกคนท่องเที่ยวและเข้าร่วมในเทศกาลนี้อย่างมีความสุขไม่มีความทุกข์จากอุบัติหรือการเจ็บป่วยฉุกเฉินดังนั้นจึงอยากฝากให้ประชาชนทุกคนดูแลตนเองให้มากๆ และหากพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินสายด่วน 1669 ของเราก็พร้อมให้บริการกับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง”  เลขาธิการสพฉ.กล่าว


 | วันที่ 25/11/2558

IeO1 1044


 สพฉ. จับมือ 10 ประเทศอาเซียน จัดทำแผนพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ
 สพฉ.ร่วมมือกับ jica จัดฝึกซ้อมแผนการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติของ 10 ประเทศอาเซียน
 สพฉ.ดึง หลิว อาจารียา นักร้องลูกทุ่งชื่อร้องเพลงรณรงค์ “ปั้มใจให้เธอ” หวังให้ประชาชนเรียนรู้เรื่องการทำ CPR
 สพฉ. จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน และรับฟังความคิดเห็นในโครงการ UCEP
 สพฉ. แนะวิธีเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์ พกเบอร์ฉุกเฉิน-อุปกรณ์ปฐมพยาบาลติดรถ


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669