รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ.ห่วงครู ป่วยโรคหัวใจ เปิดสถิติปี 58 นำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการของโรคหัวใจกว่า15,268 ราย


 

สพฉ.ห่วงครู ป่วยโรคหัวใจ  เปิดสถิติปี 58นำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการของโรคหัวใจกว่า15,268 ราย แนะหากพบผู้ป่วยอาการกำเริบรีบแจ้งสายด่วน 1669  ชี้ 3 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการสามารถช่วยผู้ป่วยให้รอดพ้นจากวิกฤตได้


สืบเนื่องจากวันที่ 16มกราคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันครู เพื่อระลึกถึงการทำหน้าที่ด้วยความเสียสละของคุณครูทั่วประเทศ  อย่างไรก็ตามคุณครูทุกท่านต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและประสบกับสภาวะอารมณ์ที่หลากหลาย การดูแลตนเองของครูจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรทำควบคู่ไปกับเรื่องอื่นๆ ด้วย

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าวว่า จากข้อมูลสถิติที่เก็บรวบรวมในปีพ.ศ. 2558 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่าในปีพ.ศ.2558นั้นได้มีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินอายุระหว่าง 20-60 ปีด้วยอาการเจ็บแน่นทรวงอก หัวใจมากถึง 15,268ราย โดยอาชีพครูก็รวมอยู่ในช่วงอายุเหล่านี้ด้วย ดังนั้นการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคหัวใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นเป็นผลจากวิถีการดำเนินชีวิต ที่มีปัจจัยเสี่ยงเช่นการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลกับการออกกำลังกาย มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง การทำงานนั่งโต๊ะ มีความเครียด และพักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ส่งผลให้คนเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดกันมากขึ้น

 นพ.อนุชา กล่าวต่อว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถสังเกตอาการของตนเองได้ดังนี้ เมื่อท่านมีอาการเจ็บแน่น จุกเสียดที่หน้าอกหรือท้องส่วนบน หรือมีอาการแน่นเหนื่อยขึ้นมาทันที ร่วมกับอาการหายไจไม่สะดวก หอบเหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หรือบางรายอาจมีอาการปวดไหล่ซ้ายมากกว่าไหล่ขวา จุกแน่นที่ท้อง จนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ นอกจากนี้อาจเจ็บ หลังจากออกกำลังกายหรือเครียด แต่เมื่อหยุดพักจะหาย ซึ่งเมื่อมีอาการดังกล่าว ให้รีบนั่งลง พักกายและใจทันที อย่าตื่นเต้นโวยวาย เพราะการใช้แรงจะทำให้เจ็บมากยิ่งขึ้น จากนั้นโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ สำหรับผู้ป่วยที่รู้ว่าเป็นโรคดังกล่าวจะต้องรีบอมยาใต้ลิ้นเพื่อบรรเทาอาการ

“หากรีบแจ้งสายด่วน 1669ให้เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจะสามารถต่อลมหายใจกับผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการโรคหัวใจได้ ดังนั้นคุณครูเองควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองเมื่อพบว่ามีความเสี่ยงควรรีบเข้าไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษา ส่วนคนใกล้ชิดก็ควรหมั่นสังเกตอาการของผู้ปกครองหรือคนใกล้ชิดของเราด้วยว่าเข้าข่ายการเจ็บป่วยด้วยโรคนี้หรือไม่ ทั้งนี้ปัจจุบันการรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจได้ก้าวหน้ามาก และสามารถลดอัตราการเสียชีวิตและพิการลงได้ หากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจได้รับการรักษาที่ทันเวลาคือภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ โดยแพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือ “สวนเส้นหัวใจ” ดังนั้นหากประชาชนได้รับทราบข้อมูลและรีบแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉินด้วยอาการโรคหัวใจก็จะเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมากขึ้นด้วย”เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าว

 

 | วันที่ 16/01/2559

IeO1 1111


 สพฉ. แนะวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุระเบิดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป
 สพฉ. จับมือสภาการพยาบาลพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบุพยาบาลถือเป็นกำลังหลักในการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมเร่งสร้างความคุ้มครองให้พยาบาล
 สพฉ. เข้ารับฟังปัญหาและแนวทางการทำงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน จ.สุราษฎร์ธานี
 ชื่นชม ทีมแพทย์ Sky Doctor บินฝ่าหมอกควันช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินที่อยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากตั้งครรภ์นอกมดลูก
 สพฉ.เตรียมรับมืออุบัติเหตุปีใหม่ เร่งรณรงค์หยุดโทรป่วนสายด่วน 1669


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669