รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ.-สธ. จัดประชุมเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินระดับภูมิภาคและท้องถิ่น วางนโยบาย 5 ข้อ พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน


 

สพฉ.-สธ. จัดประชุมเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินระดับภูมิภาคและท้องถิ่น วางนโยบาย 5 ข้อ  พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมเร่งพัฒนาศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ เตรียมเสริมความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลและช่วยฟื้นคืนชีพให้ประชาชนทั่วไป  ด้าน เลขาธิการ สพฉ. ระบุ ปีที่ผ่านมา งานการแพทย์ฉุกเฉินในแต่ละจังหวัดมีการพัฒนาดีขึ้น ได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30


 


กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  จัดประชุมเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินระดับภูมิภาคและท้องถิ่น ครั้งที่ 1  ประจำปี พ.ศ.  2559ที่โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ โดยศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นประธานในการประชุม

ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล ระบุว่า  งานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในทุกจังหวัดมีการดำเนินงานที่มีความก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดี เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้สามารถเข้าถึงการบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพ ได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ  และถึงแม้แนวโน้มจำนวนการออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินที่ขอรับบริการระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นในทุกจังหวัด  แต่ยังคงมีการดำเนินงานอีกหลายด้าน ที่ต้องได้รับการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน ทั้งในส่วนกลางเอง และในระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จะทำให้หลายภาคส่วน ได้นำนโยบายด้านการแพทย์ฉุกเฉินไปพัฒนาต่อ  โดยมีข้อเสนอ 5 ประเด็นหลัก ดังนี้  1.งานการแพทย์ฉุกเฉินเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายหลายฝ่าย จึงขอให้ทุกฝ่ายได้มีการบูรณาการการดำเนินงานกันให้ดี มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน ด้านวิชาการ และด้านการบริหารจัดการ  เพื่อทำให้การบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินมีความครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในพื้นที่ปกติ พื้นที่พิเศษ รวมไปถึงกลุ่มพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือแม้แต่ชาวต่างชาติ

2.การปฏิบัติงานของบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉินต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มพูน ความรู้ให้ได้มาตรฐาน และมีความพร้อมในการให้บริการประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งต้องสร้างขวัญและกำลังใจ ให้บุคลากรมีความปลอดภัย และมีความเจริญก้าวหน้าในสายงานที่ชัดเจน  

3. ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการในแต่ละจังหวัด จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อม ทั้งในด้านโครงสร้าง การบริหารจัดการ บุคลากร และอุปกรณ์ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ ที่มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามาบริหารจัดการ สามารถจัดการได้ดี มีบุคลากรที่พร้อม มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และรวมเอาการแจ้งเหตุฉุกเฉินทุกประเภทเข้ามาไว้ด้วยกัน ดังนั้น การเปิดโอกาสให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีส่วนร่วมในการดูแลประชาชนในพื้นที่ตนเอง ถือเป็นความท้าทาย และจะต้องเร่งขยายผลไปสู่จังหวัดให้ครอบคลุมมากขึ้น   

4.เร่งพัฒนาให้ผู้ป่วยวิกฤติ ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นในทุกจังหวัด  และขยายการพัฒนาระบบบริการอุบัติเหตุฉุกเฉินในโรงพยาบาล ตามนโยบาย Trauma Emergency Administrative Unit และ

5.  ประชาชนทั่วไป ควรได้รับความรู้ความเข้าใจในการแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นได้ ก่อนที่ทีมกู้ชีพจะมาถึงเพื่อเพิ่มอัตรารอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน

ขณะที่นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  (สพฉ.)กล่าวว่า ในปีงบประมาณ  2558  งานการแพทย์ฉุกเฉินในแต่ละจังหวัด ได้รับการพัฒนาดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งในด้านการจัดระบบปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน การบริหารจัดการ การประสานงานกับหน่วยงานเครือข่าย ทำให้จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินที่มาใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้น เกือบทุกจังหวัด และบางจังหวัดเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปี 2557  นอกจากนี้ยังมีอีก 22 จังหวัด ที่มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 ซึ่งถือเป็นผลงานที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทุ่มเท และมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหน่วยงานในระดับจังหวัด ทั้งภาครัฐและเอกชน

แต่อย่างไรก็ตามการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ก็ยังคงต้องพัฒนาในอีกหลายด้านทั้งในด้านความครอบคลุม คุณภาพมาตรฐาน และด้านอื่นๆ  ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข และ สพฉ. จึงร่วมกันจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ตัวแทน ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบนโยบายที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่ทำให้เกิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงให้เห็นการดำเนินงานที่ดีของแต่ละพื้นที่ด้วย เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนา   รวมทั้งยังเป็นการนำการเสนอความก้าวหน้าเรื่องการขับเคลื่อนงานการแพทย์ฉุกเฉินสู่มาตรฐานคุณภาพ ระดับภูมิภาคและท้องถิ่นด้วย 

------------------------------------------------------------------------------------

 


 | วันที่ 18/03/2559

IeO1 823


 สพฉ.จัดแข่งขันแรลลี่กู้ชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ให้ทีมกู้ชีพในหลายหลายสถานการณ์ “ระเบิด-ผู้ป่วยติดเชื้อ-อุบัติเหตุ” เชื่อเพิ่มศักยภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ เขตสุขภาพที่ 7 ซิวแชมป์ทุกระดับการแข่งขัน
 สพฉ. จับมือ เอไอเอส ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเชื่อมต่อดาต้า ผ่านแอพพลิเคชั่น ช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน “EMS 1669”
 สพฉ.และภาคีเครือข่ายเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนที่เดินทางเข้ามาแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจัดตั้งศูนย์สื่อสารเฉพาะกิจในบริเวณท้องสนามหลวง
 รองเลขาธิการ สพฉ. ชี้ภัยพิบัติบางประเภทไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่สามารถทำให้ความสูญเสียเกิดขึ้นน้อยลงได้
 สพฉ.จัดเสวนา "เรียนรู้เทคนิคช่วยชีวิตฉุกเฉิน เพื่อการขับขี่ปีใหม่ ปลอดภัยทั้งไปและกลับ” ระบุ หลับใน-เมาเหล้า-ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย สาเหตุครองแชมป์ประชาชนเสียชีวิตมากสุด


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669