รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            “นวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด ต่อยอดความคิดช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน”


 

“นวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด ต่อยอดความคิดช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน”



ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝนนั้น มีเรื่องที่น่ากังวลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยฉุกเฉินในหลากหลายกรณี โดยเฉพาะกรณีของการ “จมน้ำ” ซึ่ งที่ผ่านมาในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนมีกรณีของการจมน้ำเสียชีวิตในหลากหลายสถานที่โดยเฉพาะบริเวณชายหาดหรือริมทะเล ทั้งนี้การจมน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตเป็นลำดับที่2 รองจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร โดยรายงานจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุสถิติตัวเลขอย่างชัดเจนว่าการจมน้ำนั้นมีอัตราการเสียชีวิตในทุกกลุ่มอายุ เฉลี่ยปีละกว่า4,000 ราย

                ดังนั้นในการจัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติประจำปีพ.ศ.2559 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในหัวข้อ เคลื่อนวงล้อคุณภาพการแพทย์ฉุกเฉินไทยจึงได้มีการนำเสนอนวัตกรรมในการช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาดภายใต้ชื่อ“นวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด” ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย คุณ ปนัสษดา เพียรหลำ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเกาะช้างและ คุณสมชาย บุญมั่น ,คุณถาวร เสาร์ดี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเกาะช้าง จังหวัดตราด

                ปนัสดา เพียรหลำ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเกาะช้างหนึ่งในผู้คิดค้นนวัตกรรมชิ้นนี้เล่าให้เราฟังว่า “ในช่วงเดือนพฤษภาถึงเดือนตุลาคม จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เกาะช้างเยอะมาก สถิติของนักท่องเที่ยวที่จมน้ำก็มีเยอะ ซึ่งเราก็ได้ดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าตามชายหาดต่างๆ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว และจัดเตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินไว้คอยดูแลหากเกิดกรณีการจมน้ำของนักท่องเที่ยวขึ้น อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือคนจมน้ำบริเวณหน้าหาดนั้นจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ประจำตัวออกไปช่วย หากแต่อุปกรณ์นั้นจะทำงานได้เพียงระยะไม่เกิน 50 เมตร ซึ่งเมื่อผู้ประสบภัยถูกกระแสน้ำดูดออกไปเกินระยะจะทำให้การช่วยเหลือลำบากขึ้น และยังเกิดความเสี่ยงและอันตรายต่อผู้ให้การช่วยเหลืออีกด้วย  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเราเกิดแนวคิดเรื่องการพัฒนานวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด ขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้ได้ทันท่วงทีและปลอดภัยสำหรับผู้เข้าให้การช่วยเหลือด้วย”ปนัสดากล่าว


                สำหรับนวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด ได้มีการพัฒนาขึ้นโดยใช้ปืนยิงเชือกที่มีลักษณะเป็นปืนยิง โดยมีเชือกเป็นลูกกระสุน ซึ่งประกอบด้วยตัวโครงปืนที่ประกอบติดกับถึงเก็บความดัน และเมื่อทำการยิง ลูกกระสุนจะถูกดันออกจากลำกล้องของปืนและดึงเอาเชือกลอยน้ำที่บรรจุไว้ออกไปด้วย ซึ่งเชือกลอยน้ำจะลอยข้ามศีรษะคนจมน้ำและจะตกใกล้คนจมน้ำพอดี    

       

                ขณะที่ สมชาย บุญมั่น และ ถาวร เสาร์ดี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเกาะช้างทีมคิดค้นนวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาดได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า “หลังจากที่เราได้คิดค้นนวัตกรรมเสร็จแล้วเราพัฒนาด้วยนำมาทดลองใช้ซึ่งผลการพัฒนาพบว่าปืนยิงเชือกสามารถควบคุมทิศทางให้เชือกตกน้ำในระยะรัศมีไม่เกิน1 ตารางเมตร และสามารถยิงได้ไกลถึง 80เมตร และสามารถเคลื่อนย้ายและยิงเพียงเจ้าหน้าที่คนเดียวก็ได้  เราได้ทำการทดลองจากสถานการณ์สมมุติซึ่งผู้ประสบภัยจะสามารถเกาะพยุงตัวลอยคอรอเจ้าหน้าที่ดึงตนเองหรือถูกดึงเข้าหาฝั่งได้ ซึ่งนวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาดสามารถใช้งานได้จริง ใช้ช่วยเหลือคนจมน้ำได้รวดเร็วขึ้น และไม่เสี่ยงอันตรายต่อผู้ให้การช่วยเหลือด้วย”เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเกาะช้างทีมคิดค้นนวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาดระบุ



                ด้านนพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า “นวัตกรรมที่ทีมพัฒนาและคิดค้นขึ้นมานี้เป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินจากการจมน้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันนี้สถิติของผู้ป่วยฉุกเฉินจากการจมน้ำนั้นมีมากขึ้นโดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีสถิติการเสียชีวิตสูงถึงปีละ 1,117 คน หรือวันละ 3.2 คน สพฉ.จะสนับสนุนให้นวัตกรรมชิ้นนี้ได้ถูกนำมาพัฒนาใช้อย่างเป็นประโยชน์และเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต และสำหรับประชาชนทั่วไปเองหากจะไปพักผ่อนที่ทะเลควรเตรียมความพร้อมในการท่องเที่ยวและควรเรียนรู้การเอาตัวรอดจากการจมน้ำด้วยตนเองอาทิการเรียนรู้เรื่องรู้จักอาการคับขัน และวิธีการร้องขอความช่วยเหลือเช่นการโบกมือขึ้นลงเหนือศีรษะให้คนอื่นรู้ว่ากำลังประสบภัย การตะโกน   การรู้จักวิธีการลอยตัวอยู่ในน้ำ การรู้จักการช่วยเหลือโดยไม่จำเป็นต้องลงน้ำ ด้วยการยื่นหรือโยนอุปกรณ์ให้ผู้ประสบภัยจับหรือเกาะ และเรียนรู้วิธีการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ด้วยการโทรแจ้งสายด่วน 1669ด้วย”นพ.อนุชากล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 | วันที่ 07/06/2559

IeO1 1588


 แพทย์รามาฯ ชี้ไทยมีความเสี่ยงเกิดภัยพิบัติมาก ระบุการบิน 4.7 ล้านครั้งมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้ง
 เปิด 4 จุดบอดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากรถบรรทุก
 “หลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ความดีง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้”
  สืบสานพระราชปณิธาน “การแพทย์ฉุกเฉิน” เพื่อคนไทย-รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9
 แนะวิธีปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บในสถานการณ์ชุมนุม


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669