รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            “ถึงเวลาติดตั้งเครื่อง AED ในพื้นที่สาธารณะอย่างทั่วถึง เพื่อหยุดวิกฤตหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันมฤตยูเงียบคร่าชีวิตคนไทย”


 

“ถึงเวลาติดตั้งเครื่อง AED ในพื้นที่สาธารณะอย่างทั่วถึง

เพื่อหยุดวิกฤตหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันมฤตยูเงียบคร่าชีวิตคนไทย”


 

ข่าวของ คุณ รังษี วงศ์ชัย พยาบาลจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พยาบาลสาวชาวไทยที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่สถานีรถไฟฟ้าในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาพร้อมกับคำชื่นชมถึงแนวทางในการช่วยเหลือเบื้องต้นคือการทำCPR พร้อมกับการใช้งานเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED)   เหตุการณ์ในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก! ก่อนหน้านี้ ลูกเรือ และ “พญ.มนัสนันท์ คงวิบูลยวุฒิ” วิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ร่วมโดยสารเครื่องบินของสายการบินไทย ซึ่งออกเดินทางจากประเทศไทย มุ่งหน้าสู่ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้ความช่วยเหลือ ชายสูงอายุชาวไทย ที่หมดสติระหว่างการเดินทางด้วยการทำ CPR สลับกับการใช้เครื่อง AED กระตุ้นหัวใจไว้ได้ด้วยเช่นกัน


ความสำเร็จในการช่วยฟื้นคืนชีพทั้ง 2 ครั้งนี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มาจากความรู้เรื่องวิธีการทำ CPR ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และการมีเครื่อง AED เตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่ใช่ว่าความโชคดีนี้จะเกิดขึ้นในทุกครั้ง!เพราะจากสถิติ “ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” ในแต่ละปีประเทศไทยมีประชาชนเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันกว่า 54,000  คน เท่ากับว่าในทุกๆ 1 ชั่วโมงมีคนเสียชีวิตจากโรคหัวใจมากถึง 6 คน และเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยทุกเพศ ทุกวัย   แต่หากผู้ป่วย ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และถูกวิธีตามหลักห่วงโซ่การรอดชีวิต คือการช่วยเหลือด้วยการ CPR ประกอบกับการใช้เครื่อง AED ภายในระยะเวลา 4 นาทีหลังจากหัวใจหยุดเต้น ก็จะเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของประชาชนที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกสถานพยาบาลได้


นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากตัวอย่างของสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเรียนรู้เรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานCPR และการติดตั้งเครื่องAED ในพื้นที่สาธารณะที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมากเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ ดังนั้นเราจะต้องช่วยกันผลักดันให้มีการติดตั้งเครื่อง AED ในพื้นที่สาธารณะให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมาสพฉ.ได้ร่วมกับมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินญี่ปุ่น (Japan Emergency medical Foundation (JEMF))  ตั้งคณะทำงานทำการวิจัยเพื่อพิจารณาแนวทางการติดตั้งและการใช้งานเครื่องAED อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการประกาศใช้แนวทางดังกล่าวไปแล้วในประเทศญี่ปุ่น  ซึ่ง สพฉ. ได้นำแนวทางและข้อเสนอแนะดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับประเทศไทย

สำหรับสถานที่ติดตั้งเครื่องAED เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะพิจารณาจากสถานที่ที่ประชาชนโอกาสเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันโดยส่วนใหญ่เป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน อาทิ สถานีรถไฟ สถานีรถโดยสารประจำทาง สนามบิน ท่าเรือ บนเครื่องบิน และการขนส่งมวลชนที่มีระยะทางไกล (รถไฟหรือเรือโดยสาร)  ฟิตเนส เซ็นเตอร์ สปอร์ตคลับ หรือ สนามกีฬาและการแข่งขันกีฬาจำนวนคนมาก ๆ รวมถึงสนามกอล์ฟ ห้างสรรพสินค้า และย่านร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่มีคนมาใช้บริการประมาณ 5,000 คนต่อวัน หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สถานที่สาธารณะขนาดใหญ่ ศูนย์กลางชุมชน สถานพยาบาล หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ อพาร์ตเมนท์ที่มีผู้สูงอายุมากกว่า 50 คน โรงเรียน โดยเฉพาะสนามกีฬาของโรงเรียน บริษัท โรงงาน และสถานที่ให้บริการที่มีคนพลุกพล่าน สถานบันเทิง โรงแรมหรือศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ รวมทั้งพื้นที่ห่างไกลจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เช่น เกาะ หรือหุบเขาลึก   และที่ผ่านมา สพฉ.ก็ได้กระจายการติดตั้งเครื่องAED ที่ได้รับการสนับสนุนมาจากภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ หากแต่ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่น ที่มีการติดตั้งเครื่องAED ในพื้นที่สาธารณะมากถึง600,000เครื่องทั่วประเทศ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนควรมาร่วมช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้


 ทั้งนี้นอกจากการกระจายการติดตั้งเครื่อง AED ให้เพียงพอและทั่วถึงในพื้นที่สาธารณแล้วการเรียนรู้การใช้งานเครื่องAED และการเรียนรู้การทำCPR เพื่อช่วยในการฟื้นคืนชีพผู้ป่วยที่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยล่าสุด สพฉ.ได้จัดทำคู่มือสำหรับประชาชนในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันด้วยการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจชนิดอัตโนมัติ หรือ เออีดีเพื่อให้ประชาชนได้ดาวน์โหลดไปอ่าน โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดคู่มือไปอ่านและเรียนรู้การทำ CPR และการใช้งานเครื่องAED ด้วยตนเองได้ได้ที่ลิงค์นี้  http://www.thaiemsinfo.com/autopagev4/files/jkzA229Tue44812.pdf  นอกจากนี้เรายังได้หารือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อบรรจุหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)ไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอบสำหรับเด็กๆ ด้วย  

“หากเราสามารถร่วมกันผลักดันให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั้งการติดตั้งเครื่องAED ในพื้นที่สาธารณะและการเรียนรู้การใช้งานเครืองAED กับการทำCPR ในเบื้องต้นก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ คุณภาพในการใช้ชีวิตของประชาชนในบ้านเมืองเราก็จะดีขึ้น โอกาสในการรอดชีวิตของประชาชนต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันก็จะรอดมากขึ้นนั่นเอง ”เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)กล่าวทิ้งท้าย

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 | วันที่ 12/12/2559

IeO1 3494


 สพฉ.พัฒนานวัตกรรมต้นแบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน Thailand Triage Training Kit (TTTK) เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้เรียนรู้ในการคัดแยกผู้ป่วยให้ได้มาตรฐานเดียวกัน
 ทุกฉุกเฉินหมายเลขเดียว บทเรียนจากต่างประเทศ เพื่อการพัฒนา
 “นวัตกรรมปืนยิงเชือกช่วยชีวิตคนจมน้ำบริเวณชายหาด ต่อยอดความคิดช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน”
 ถอดบทเรียน อุบัติเหตุ โศกนาฏกรรม 19 ศพ บนถนนมิตรภาพ
 เตรียมรับมือ....น้ำป่า ภัยธรรมชาติช่วงหน้าฝน


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669