รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. วอนประชาชนอย่าโทรป่วนสายด่วนฉุกเฉิน ย้ำหากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย


 

สพฉ. วอนประชาชนอย่าโทรป่วนสายด่วนฉุกเฉิน หลังที่ผ่านมาที่อุบลราชธานีถูกโทรป่วนวันเดียวกว่าครึ่งร้อยสาย //  ย้ำหากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือประชาชนเดินทางกลับมาทำงาน



  

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 จังหวัดอุบลราชธานี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนหนึ่งที่โทรศัพท์เข้ามาก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่  รวม 51 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการตัดโอกาสผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากนั้น

ล่าสุดนายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  (สพฉ.) กล่าวว่า สพฉ.อยากรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของการใช้สายด่วนฉุกเฉิน  และจดจำหมายเลข 1669 ไว้ให้ดี  เพราะถือเป็นสายด่วนช่วยชีวิต  โดยข้อควรรู้ สำหรับประชาชนที่จะโทรแจ้งสายด่วน คือ 1.เมื่อพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ตั้งสติและโทรแจ้งสายด่วน 1669  // 2.ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอะไรมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในลักษณะใด  // 3.บอกสถานที่เกิดเหตุเส้นทางจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน //  4.บอกเพศ ช่วงอายุ อาการ จำนวน ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ // 5.บอกระดับความรู้สึกตัวของ ผู้ป่วย // 6.บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ เช่น อยู่กลางถนนหรือรถติดแก๊ส // 7.บอกชื่อผู้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้  // 8.ช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  // 9.รอทีมกู้ชีพไปรับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล



"อยากขอร้องไม่ให้โทรป่วนสายด่วน อย่าเห็นเป็นเพียงเรื่องสนุก เพราะหลายๆ ครั้งทำให้เรา ต้องสูญเสียผู้ป่วยฉุกเฉิน  รวมทั้งอยากเตือนผู้ที่โทรป่วนว่ามีความผิดตามกฎหมาย คือ ตามมาตรา 38 พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน 2551 ผู้ใดใช้ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีที่จัดไว้สำหรับการปฏิบัติการฉุกเฉินโดยประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิบัติการฉุกเฉิน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท รวมทั้ง มาตรา 397 ตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท   และนอกจากเป็นห่วงเรื่องการโทรป่วนแล้ว ยังเป็นห่วงเรื่องโทรผิดหมายเลข เพราะจะทำให้การช่วยเหลือล่าช้าลงไปอีก ซึ่งจากสถิติพบว่า ตลอดปีที่ผ่านมา ประชาชนโทรไปที่เบอร์อื่นก่อน หรือแจ้งผ่านวิทยุสื่อสาร ถึงร้อยละ 26 "  นพ.อนุชากล่าว

นพ.อนุชา ยังกล่าวต่อถึงการเตรียมพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับมาทำงาน ในช่วงวันที่ 3 มกราคม ซึ่งเป็นวันหยุดสุดท้าย ว่า ได้เตรียมพร้อมทางด้านการแพทย์ฉุกเฉินไว้แล้ว   เพราะทราบดีว่าปริมาณใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้น  จนทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงปกติถึง 2 เท่าตัว  โดยได้ประสานทีมกู้ชีพให้เตรียมรับมือ  พร้อมตรวจเช็คความพร้อมของสายด่วนให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน 1669 บริการฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 | วันที่ 02/01/2560

IeO1 1990


 พิมพ์ชื่อหัวข้อสพฉ.เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่และระบบสื่อสารรับมือการชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพ
 สพฉ.จับมือมูลนิธิภาคเอกชน ลงนามความร่วมมือ เร่งพัฒนาช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน
 สพฉ. จับมือ ทีโอที ติดตั้ง AED ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ ในจุดเสี่ยงที่มีคนพลุกพล่าน
 สพฉ. เผยทีมกู้ชีพจัดกำลังคนเพิ่มขึ้น 2 เท่า พร้อมรับมือ 7 วันอันตราย
 สพฉ.จัดอบรมนักสื่อสารกู้ชีพรุ่นที่ 1 พัฒนาเครือข่ายการสื่อสารด้านการแพทย์ฉุกเฉิน


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669