รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. เปิดสถิติ 10 อันดับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินในเด็ก


 

สพฉ. เปิดสถิติ 10 อันดับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินในเด็ก  เตือนผู้ปกครองระวังอันตรายจากเด็กพลัดตกหกล้ม และภัยจากสนามเด็กเล่น


ในสัปดาห์ที่สอง ของเดือนมกราคมทุก ๆ ปี ถูกจัดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆ แต่หลายๆ ครั้งก็ทำให้เด็ก ต้องประสบกับภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน  

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงได้รวบรวมสถิติข้อมูลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ ของเด็กๆ อายุระหว่าง 1 -15 ปี ตลอดปี พ.ศ. 2559   พบว่า  มีเด็ก เจ็บป่วยฉุกเฉินทั้งสิ้น 156,525 คน เป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉินเกี่ยวกับกุมารเวชกรรม มากที่สุด คือ 56,101 คน      อันดับ 2  คือ อุบัติเหตุยานยนต์  36,203 คน  อันดับ 3 พลัดตกหกล้ม 15,245 คน 

อันดับ 4 ปวดท้อง ปวดหลัง เชิงกราน ขาหนีบ 14,113 คน อันดับ 5 ป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตเรื้อรัง  12,659 อันดับ 6 หัวใจหยุดเต้น 5,642คน   อันดับ 7 สัตว์กัด  3,141คน  อันดับ 8 ชัก  2,617 คน อันดับ  9 ปวดศีรษะ ภาวะผิดปกติทางตา หู คอ จมูก 1,599 คน และ อันดับ 10    แพ้ยา แพ้อาหาร  1,579 คน

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากสถิติดังกล่าว จะพบว่าเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ อุบัติเหตุเกี่ยวกับยานยนต์ และการพลัดตกหกล้ม เพราะเมื่อประสบอุบัติเหตุแนวโน้มในการเสียชีวิตจะมีมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะร่างกายของเด็กยังอ่อนแอและบอบบาง  ดังนั้นทางที่ดีผู้ปกครองควรระมัดระวังให้ดี

โดยหากผู้ปกครองจะพาบุตรหลานออกนอกบ้าน ควรดูแลเรื่องความปลอดภัย คือ หากเด็กนั่งรถยนต์ควรให้เด็กนั่งที่เบาะหลังและคาดเข็มขัดนิรภัย    หรือเด็กเล็กควรนั่งคาร์ซีท จะช่วยลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนเด็กที่นั่งรถจักรยานยนต์ ให้เด็กสวมหมวกนิรภัยขนาดที่เหมาะสมกับเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะได้รับการกระแทก เพราะสิ่งที่น่ากังวลสำหรับเด็กที่ได้รับอุบัติเหตุคือการกระทบกระเทือนทางศีรษะ เพราะเด็กอาจเสียชีวิตได้โดยง่าย

ส่วนการพาบุตรหลานไปเล่นตามเครื่องเล่นต่างๆ  หรือตามสนามเด็กเล่น  ควรดูแลการพลัดตกหกล้มให้ดี ก่อนอื่นต้องดูที่ความแข็งแรงของเครื่องเล่น  ไม่ชำรุดเสียหาย อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน มีความแข็งแรง และถ้าเครื่องเล่นที่มีความสูง ต้องมีราวกันตกหรือผนังกันตก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการตก และก่อให้เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรง 

แต่ทั้งนี้เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บ เช่น  หัวกระแทกโดยตกจากที่สูง มากกว่าความสูงของเด็ก หรือกระแทกกับพื้นที่มีความแข็ง   ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากมีอาการสลบ ไม่รู้สึกตัว ชัก ปวดศีรษะหรืออาเจียนมาก ก็ควรรีบไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1669   แต่หากเด็กประสบอุบัติเหตุรุนแรงก็ไม่ควรเคลื่อนย้าย เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ควรรอทีมผู้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือ    

“ไม่ว่าจะวันเด็กปีไหน ๆ เราก็อยากเห็นเด็กๆ ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองวันแห่งความสุขมากกว่าการที่จะต้องมาเจ็บป่วย ดันั้นผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด  และสิ่งสำคัญต้องคอยสอนให้เด็กๆ สามารถดูแลตนเองได้เมื่อต้องพบเจอกับการเจ็บป่วยฉุกเฉิน และจดจำสายด่วน 1669 เรียกใช้ทันทีเมื่อพบเหตุบาดเจ็บป่วยฉุกเฉิน” นพ.อนุชากล่าว

 | วันที่ 13/01/2560

IeO1 975


 นพ.อนุชา เตือนควรดูแลผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงหัวใจวายหัวใจขาดเลือดให้ดีก่อนเดินทางไกลในช่วงปีใหม่
 เกร็ดข่าวรู้ !!! แนะวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกแก๊สน้ำตา
 สพฉ. เตือน 3 โรคเสี่ยงหน้าฝน โรคระบบทางเดินหายใจ-ทางเดินอาหาร-อุบัติเหตุ
 สพฉ.สรุปข้อมูลตลอด 2 ปีที่รณรงค์ติดตั้งเครื่อง AED ระบุสามารถติดตั้งในพื้นที่สำคัญได้หลายแห่งทั่วประเทศไทย
 เกร็ดความรู้ การปฐมพยาบาลยืดชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน ตอนทำอย่างไรดีเมื่อพบคนถูกทำร้ายหรือคนบาดเจ็บ ????


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669