รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            “โบ ชญาดา” โพสต์ขอบคุณทีมแพทย์ฉุกเฉิน สายด่วน 1669


 





 

“โบ ชญาดา” โพสต์ขอบคุณทีมแพทย์ฉุกเฉิน สายด่วน 1669 - จิตอาสา นำ คุณแม่ ส่งรพ.อย่างปลอดภัย หลังหมดสตินานกว่า 1 ชม.

 

 




 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เศวตนันทน์หรือ “โบ ชญาดา” ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขอบคุณทีมแพทย์ฉุกเฉิน ศูนย์เอราวัณ สายด่วน 1669 ที่นำส่งม.ร.ว.สิริมาดา วรวรรณ คุณแม่ของ “โบ ชญาดา” ภายหลังจากหมดสตินานกว่า 1 ชั่วโมง และสามารถนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย ว่า

 

 

“กลับมาอยู่ใกล้หมอคืนนี้ทำลูกๆตกใจมากอีกครั้งคุณแม่หมดสติไป 1 ชั่วโมงแต่ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้วค่ะอยากขอบพระคุณทีมแพทย์ฉุกเฉินศูนย์เอราวัณสายด่วนกทม1646, ต่างจังหวัด 1669 และจิตอาสาทุกท่าน (ทีมร่วมกตัญญูที่อยู่แถวทองหล่อ) ที่ขับมอเตอร์ไซด์มาหลายคันคุมหน้าคุมหลังช่วยกันประสานเส้นทางฝ่ารถติดพาคุณแม่มาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลาวันนี้เห็นทุกคนช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยใจซาบซึ้งใจและประทับใจมากจริงๆค่ะเมื่อกี้รีบมากยังไม่ทันได้คุยกับใครถ้าหากมีใครได้อ่านและรู้จักคนทำงานอยู่ในมูลนิธินี้ขอขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆนะคะน่ารักมากๆค่ะ”

 

 


 


 

“โบ ชญาดา”  กล่าวเพิ่มเติมว่า ประทับใจบุคลากรที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ และระบบการส่งต่อผู้ป่วยในภาวะวิกฤต ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับจราจรกับเครือข่ายในพื้นที่ซึ่งมาร่วมกันช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายด้วย

 

 

“ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินให้โทรหาสายด่วนฉุกเฉินให้เร็วที่สุด และควรที่จะเรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การสังเกตอาการของผู้ป่วย ระหว่างรอทีมแพทย์มา ที่สำคัญต้องเคลียร์สถานที่ที่ทีมแพทย์จะมารับตัวผู้ป่วย เพื่อจะได้เข้าถึงพื้นที่และเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก” โบ ชญาดา กล่าว

 

 


 

ทั้งนี้เมื่อประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือ เกิดอุบัติเหตุ สามารถโทรขอรับบริการสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการประจำจังหวัดจะรีบประสานให้หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งรีบเข้าให้การช่วยเหลือเพื่อนำผู้ป่วยส่งไปรักษายังโรงพยาบาลทันที

 

 

สำหรับ 9 ข้อควรรู้ก่อนโทรขอรับบริการสายด่วน 1669 เมื่อพบเหตุ มีดังนี้  1.เมื่อพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ตั้งสติและโทรแจ้งสายด่วน 1669 2.ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอะไรมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในลักษณะใด 3.บอกสถานที่เกิดเหตุเส้นทางจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน 4.บอกเพศ ช่วงอายุ อาการ จำนวน ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ 5.บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย 6.บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ เช่น อยู่กลางถนนหรือรถติดแก๊ส 7.บอกชื่อผู้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 8.ช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 9.รอทีมกู้ชีพไปรับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

///////////////
 | วันที่ 23/03/2560

IeO1 602


 สพฉ.จัดเสวนา "เรียนรู้เทคนิคช่วยชีวิตฉุกเฉิน เพื่อการขับขี่ปีใหม่ ปลอดภัยทั้งไปและกลับ” ระบุ หลับใน-เมาเหล้า-ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย สาเหตุครองแชมป์ประชาชนเสียชีวิตมากสุด
 สพฉ.จัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันการทุจริตของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2560
 ดันติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ในฟุตบอลลีกประเทศไทย ย้ำลดอัตราเสี่ยงหัวใจวายและเสียชีวิตของนักบอลได้
 เลขา สพฉ. เสียใจเหตุรถชนกู้ชีพตาย 4 พร้อมเตรียมพิจารณามอบเข็มเชิดชูเกียรติให้ผู้ประสบเหตุ
 เชียงรายอบรมกู้ชีพทางน้ำบุคลากรแพทย์ฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมการลำเลียงผู้ป่วยทางน้ำ


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669