รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            เลขาสพฉ.ย้ำประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตใช้สิทธิเข้ารักษาได้ในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน


 

เลขาสพฉ.ย้ำประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตใช้สิทธิเข้ารักษาได้ในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ระบุโทรสายด่วน 1669 ให้เจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือในการนำส่งโรงพยาบาลจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมากยิ่งขึ้น



ภายหลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา  (19 เมษายน 2560)  นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้น การประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงาน ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP) หลังจากที่ เริ่มดำเนินการมาได้แล้ว19 วัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้ระบุว่า ปัญหาที่พบในการดำเนินงานตามนโยบาย นี้ คือเรื่องความไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ของการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่สามารถใช้สิทธิได้


โดยในประเด็นดังกล่าวนี้ เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า จากการสรุปวิเคราะห์การดำเนินงานที่ผ่านมา โดยใช้สถิติจากช่วง 17วันที่ได้ดำเนินการตามนโยบาย UCEPมาเป็นตัวตั้งต้นในการสรุป พบว่ามีประชาชนจำนวนมากถึง 1,773 รายที่มาขอใช้สิทธิตามนโยบาย  “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” และเป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เพียง   715 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 40.33  เท่านั้น ซึ่งปัญหาที่พบจากรายงานคือมีประชาชนบางส่วนที่ไม่เข้าใจถึงอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ที่ใช้สิทธิตามนโยบาย จึงอยากให้ประชาชนทุกคนจดจำว่าอาการฉุกเฉินวิกฤตที่สามารถใช้สิทธิได้นั้นประกอบไปด้วยอาการต่างๆ ดังนี้  หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง   ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม  เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่อง ไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต


“ เมื่อเราพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตต่างๆ เหล่านี้ให้รีบโทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน  1669เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตไปส่งยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการรักษาให้ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการนำผู้ป่วยไปส่งเพื่อทำการรักษานั้นไม่จำเป็นจะต้องเจาะจงไปที่โรงพยาบาลเอกชน แต่จะต้องเป็นโรงพยาบาล ที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ หรือเอกชนก็ได้ เพราะการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตนั้นหากช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว หมายถึงการรอดชีวิตของผู้ป่วย”เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าว



 













/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 | วันที่ 21/04/2560

IeO1 41


 สพฉ.จัดประชุม กพฉ.สัญจร เยี่ยมชมการทำงานในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ในเมืองเพื่อประเมินและอุดช่องโหว่ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
 สพฉ.ประกาศรับสมัครคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
 สพฉ. ห่วงคนวัยทำงานป่วยโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้น เหตุเครียด ไม่มีเวลาออกกำลังกาย
 ครึ่งทศวรรษกับการแพทย์ฉุกเฉิน จากอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคต (การประชุมวิชาการ EMS FORUM)
 สพฉ.ดึง 10 ประเทศอาเซียน ร่วมงานรำลึก 10 ปีสึนามิ เปิดเวทีวิชาการถอดบทเรียนระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถาบการณ์ภัยพิบัติ


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669