รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ.สรุปสถิติการให้บริการตามสิทธิ UCEP ตลอดเดือนเมษายน พบผู้ป่วยข้อใช้สิทธิมากกว่า 3 พันคน


 

สพฉ.สรุปสถิติการให้บริการตามสิทธิ UCEPตลอดเดือนเมษายน พบผู้ป่วยข้อใช้สิทธิมากกว่า 3พันคน เป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ 1,216 คน พร้อมเปิด 5 จังหวัดที่มีการขอใช้บริการมากที่สุด พบกรุงเทพครองแชมป์ รองลงมาเป็นสมุทรปราการและชลบุรี ด้านเลขาธิการ สพฉ.ย้ำประชาชนจดจำสายด่วน 1669เพื่อช่วยในการนำส่งผู้ป่วยเข้ารับรักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ได้อย่างทันท่วงที


 


 


เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้สรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) หรือ UCEP Coordination Center ตั้งแต่วันที่1-30 เมษายน พบสถิติผู้ขอใช้สิทธิทั้งสิ้น 3,024ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 1,216 คน คิดเป็นร้อยละ 40.21และไม่เข้าเกณฑ์ 1,808 คน คิดเป็นร้อยละ 59.79  ซึ่งเมื่อนำมาจำแนกตามสิทธิการรักษาพยาบาลพบว่าเป็นผู้ป่วยที่ใช้สิทธิการรักษาจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า1,796 คน สิทธิสวัสดิการพยาบาลข้าราชการ 485 คน สิทธิประกันสังคม 655 คน และสิทธิกองทุนอื่นๆ อีก 88 คน นอกจากนี้แล้ว 5 อันดับจังหวัดที่มีการขอใช้บริการมากที่สุดมีดังนี้  1.กรุงเทพมหานคร 2,023 คน2. สมุทรปราการ 113 คน 3. ชลบุรี 77 คน4. พิษณุโลก 122 คน5. นนทบุรี 65 คน

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  กล่าวว่า ทั้งนี้จากสถิติเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าประชาชนจำนวนมากที่ไปขอใช้สิทธิUCEP นั้นกว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตจึงอยากให้ประชาชนทุกคนจดจำอาการฉุกเฉินวิกฤตที่สามารถใช้สิทธิได้ให้ขึ้นใจว่า โดยผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่จะขอใช้บริการฉุกเฉินตามตามสิทธิ UCEP นั้นจะต้องเป็นผู้ป่วยที่ประกอบไปด้วย6 อาการต่างๆ ดังนี้  หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง  ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม  เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่อง ไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งหากเราพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต  ตาม 6อาการดังกล่าวนี้ให้รีบโทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตไปส่งยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการรักษาให้ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการนำผู้ป่วยไปส่งเพื่อทำการรักษานั้นไม่จำเป็นจะต้องเจาะจงไปที่โรงพยาบาลเอกชน แต่จะต้องเป็นโรงพยาบาล ที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ หรือเอกชนก็ได้ เพราะการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตนั้นหากช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว หมายถึงการรอดชีวิตของผู้ป่วยหรือความพิการหรือเสียชีวิตได้ 

 | วันที่ 05/05/2560

IeO1 2863


 สพฉ.จับมือ JICA จัดประชุมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ภัยพิบัติระดับภูมิภาคอาเซียน เตรียมถอดบทเรียนจากหลายประเทศเพื่อสร้างชุดความรู้ในการเตรียมการรับมือ
 สพฉ. พร้อมให้บริการประชาชนเดินทางกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์ แจกคาถา “ข่มดวง”
 สพฉ ส่งทีมช่วยเหลือทางการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติ เข้าร่วมแข่งขันกับประเทศญี่ปุ่น หวังนำประสบการณ์การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินมาปรับใช้กับประเทศไทย พร้อมเล็งส่งต่อความรู้สู่ 10 ประเทศอาเซียน
 สพฉ.เตรียมรับมืออุบัติเหตุปีใหม่ เร่งรณรงค์หยุดโทรป่วนสายด่วน 1669
 เตือน !!! อย่าปล่อยเด็กเล็กให้เล่นน้ำตามลำพัง


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669