รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            แห่ชมเจ้าหน้าที่ กกท. ช่วยฟื้นคืนชีพนักวิ่ง 70 ปี หยุดหายใจคาสนามวิ่ง


 

 โซเชียลแห่ชมเจ้าหน้าที่ กกท. ช่วยฟื้นคืนชีพนักวิ่ง 70 ปี หยุดหายใจคาสนามวิ่ง ก่อนส่งรพ.อย่างปลอดภัย  เลขาฯสพฉ. แนะ 8ขั้นตอน ช่วยฟื้นคืนชีพ

กรณีที่โลกโซเชียลเผยแพร่คลิปวีดีโอ เจ้าหน้าที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ทำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR )ให้กับนักวิ่งอายุ 70 ปี ที่หัวใจหยุดเต้น ระหว่างการออกกำลังกายที่สนามกกท.หัวหมาก จนทำให้ชีพจรกลับมาเต้นอีกครั้งและนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยนั้น


นายธนศาล  แก้วกังวาล ผู้ช่วยปฏิบัติงาน การกีฬาแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่หนึ่งผู้ร่วมช่วยชีวิตนักวิ่งคนดังกล่าว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ไปส่งเอกสาร และ ไปทำธุรกรรมที่ธนาคารในบริเวณใกล้เคียงกับสนามกีฬา  ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย วิ่งมาบอกให้ตนไปช่วยชายสูงวัยที่หมดสติ และไม่หายใจ ที่สนามกีฬา เมื่อไปถึงพบว่ามีนักวิ่งอีกหนึ่งคนกำลังทำการ CPR อยู่ ซึ่งเมื่อได้ตรวจสอบอาการผู้ป่วยพบว่าหมดสติและไม่หายใจจึงได้ช่วยทำCPR  พร้อมตะโกนบอกให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที และให้ไปนำเครื่อง เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED ซึ่งกกท. มีติดตั้งไว้ 5 จุด มายังที่เกิดเหตุ ต่อมาทีมแพทย์และพยาบาลของกกท. ได้มาสมทบและดำเนินการช่วยเหลือ จนในที่สุดผู้ป่วยกลับมามีชีพจร มีสติ และสามารถพูดคุยได้ ก่อนที่รถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลปิยะเวทจะนำส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย


“รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจมากที่ได้ช่วยชีวิตคน ส่วนตัวเคยผ่านการอบรมปฐมพยาบาลหลายครั้ง โดยมีการสอนให้ทำ CPR ให้ จึงมั่นใจในการช่วยเหลือ ที่สำคัญเมื่อรู้ว่ามีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ต้องตั้งสติ ให้ดี แล้วทำตามขั้นตอนที่ได้รับการอบรมมา” นายธนศาลกล่าว

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงขั้นตอนในการทำ CPRว่า มีหลักการ 8 ขั้นตอนดังนี้ 1.เมื่อพบคนหมดสติ ให้ตรวจดูความปลอดภัย ก่อนเช้าไปช่วยเหลือ เช่น ระวังอุบัติเหตุ ไฟช็อต หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ  2.ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงที่ดัง และตบไหล่ทั้งสองข้าง  หากผู้ป่วยรู้สึกตัว หายใจเองได้ ให้จัดท่านอนตะแคง แต่หากยังไม่หายใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป 3.โทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน1669 พร้อมร้องขอเครื่อง AED ที่อยู่ใกล้ 4.ประเมินผู้ป่วย หากไม่รู้สึกตัว  ไม่หายใจ ให้ทำการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพทันที 5.ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ ด้วยการกดหน้าอก จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย วางส้นมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างของกึ่งกลางกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอก ด้วยความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120ครั้งต่อนาที  6.เมื่อเครื่องAEDมาถึง ให้เปิดเครื่อง และเปิดเสื้อผู้ป่วยออก และทำตามที่เครื่อง AEDแนะนำ 7.ติดแผ่นนำไฟฟ้าบนตัวผู้ป่วยตามรูป และห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย 8.ปฏิบัติตามที่เครื่อง AED แนะนำ จนกว่าทีมกู้ชีพ จะมาถึง และ ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอด และปลอดภัย

                “หากผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และถูกวิธี คือการช่วยเหลือโดยการ CPR ภายใน 4 นาทีหลังจากหัวใจหยุดเต้น ประกอบกับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) ก็จะเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของประชาชนที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกสถานพยาบาลได้”เลขาธิการสพฉ.กล่าว

 

คู่มือการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ  http://www.niems.go.th/th/DownloadFile.aspx?CateType=DataService&ContentId=25591220021934962

 

 | วันที่ 02/07/2560

IeO1 125


 สพฉ. กำหนด 10 อาการฉุกเฉินวิกฤต สำหรับการสื่อสารสู่ประชาชน ย้ำป่วยฉุกเฉินโทรแจ้งสายด่วน 1669 บริการฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
 เชียงรายอบรมกู้ชีพทางน้ำบุคลากรแพทย์ฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมการลำเลียงผู้ป่วยทางน้ำ
 สพฉ. ตั้งอนุกรรมการฯ ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติให้ได้รักษาฟรี ย้ำมีเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยชัดเจน
 สพฉ. ห่วงคนวัยทำงานป่วยโรคฉุกเฉิน พบอุบัติเหตุยานยนต์ครองแชมป์
 สพฉ. จับมือมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ กสทช. และทีโอที พัฒนาระบบการแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุและผู้บกพร่องทางการได้ยิน


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669