รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ. เตือนระวัง “ไฟไหม้-อุบัติเหตุ" ช่วงเทศกาลหยุดยาววันเข้าพรรษา-อาสาฬหบูชา เปิดสถิติ 5 อันดับฉุกเฉิน


 



สพฉ. เตือนระวัง “ไฟไหม้-อุบัติเหตุ” ช่วงเทศกาลหยุดยาววันเข้าพรรษา-อาสาฬหบูชา  เปิดสถิติ 5 อันดับฉุกเฉิน พร้อมแนะวิธีเอาตัวรอดจากการสำลักควันไฟ  ย้ำเจ็บป่วยฉุกเฉินโทรแจ้งสายด่วน 1669 

เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวถึงเทศกาลวันเข้าพรรษา และวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ในวันที่ 7-10 กรกฎาคม  ถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยง ที่จะมีประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินมากยิ่งขึ้น   โดย  สพฉ. ได้จัดทำสถิติ  5 อันดับที่มีประชาชนโทรแจ้งผ่านสายด่วน 1669 มากที่สุด  ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา อันดับแรก   คือ อุบัติเหตุยานยนต์  5,481 ครั้ง เนื่องจากประชาชนเดินทางกันมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันในเบื้องต้น   ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง และต้องงดดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์    โดยเฉพาะเป็นช่วงวันสำคัญทางศาสนาด้วย

รองลงมา คือ เหตุป่วย/อ่อนเพลีย/อัมพาตเรื้อรัง  จำนวน  4,190  ครั้ง , ปวดท้อง/หลัง/เชิงกรานและขาหนีบ  2,430  ครั้ง ,  ถูกทำร้าย  1,445  ครั้ง และหายใจลำบาก/ติดขัด  1,429 ครั้ง  

เลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ประชาชนที่เป็นพุทธศาสนิกชน มักจะไปทำบุญ และจุดเทียนไหว้พระกันในบ้าน  ดังนั้นจึงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุฉุกเฉิน  หรือทำให้เกิดไฟไหม้ได้  โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีบ้านเรือนติดกันหรือเป็นตึกแถวยิ่งมีความเสี่ยง   โดยสถิติวันเข้าพรรษา และวันอาสาฬหบูชา   ปี 2559 ที่ผ่านมา มีสถิติผู้ป่วยฉุกเฉินจาก การถูกไฟไหม้ ไฟลวก หรือถูกความร้อน โทรแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 จำนวน 49 ครั้ง

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากเหตุไฟไหม้ในเบื้องต้น ประชาชนจึงควรระมัดระวังในการจุดธูปเทียนไม่ควรจุดมากๆในครั้งเดียวเพราะอาจทำให้ไฟลามได้ง่าย ควรจุดธูปเทียนในภาชนะทนไฟ และเมื่อจุดธุปเทียนเสร็จแล้วก็ควรดูแลดับธูปเทียนให้เรียบร้อยด้วย

         เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางปฏิบัติหากเราตกอยู่ในเหตุการณ์ไฟไหม้ว่า หากเราตกอยู่ในสภาวะที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ไฟไหม้สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือตั้งสติ อย่าตื่นตกใจ และรีบโทรแจ้งสายด่วน 199  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งทีมเข้ามาช่วยในการดับไฟ และในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือหากไฟที่ไหม้ยังไม่ได้ลุกลามในวงกว้างให้เราใช้ถังดับเพลิงฉีดเพื่อดับไฟ โดยถังดับเพลิงนั้นควรเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ทุกบ้านต้องมี ซึ่งในการเลือกซื้อถังดับเพลิงเข้าไปไว้ในบ้านนั้นจะต้องเป็นถังดับเพลิงที่สมาชิกครอบครัวภายในบ้านยกไหวและควรฝึกการใช้งานถังดับเพลิงให้กับสมาชิกในบ้านทุกคนด้วย แต่หากประเมินแล้วว่าไฟที่ไหม้เป็นวงกว้างไม่สามารถดับได้ให้ทุกคนรีบหนีออกจากตึกหรือบ้านที่ไฟไหม้ทันที และรอความช่วยเหลือ

               อย่างไรก็ตามในส่วนของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติมีมาตรการเตรียมพร้อมรับมือช่วงเทศกาลหยุดยาว โดยได้ประสานขอความร่วมมือให้หน่วยแพทย์ฉุกเฉินเตรียมพร้อมในทุกพื้นที่ตลอด24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมาก ทั้งนี้หากเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1669เพื่อประสานขอความช่วยเหลือ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งได้จัดแพทย์เวรเพื่อให้คำปรึกษากรณีที่ผู้ป่วยฉุกเฉินตามสิทธิ์  “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่”

 

 /////////

 | วันที่ 08/07/2560

IeO1 70


 สพฉ.หนุนให้ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล หลังเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์
 สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
 สพฉ. เผยทีมกู้ชีพจัดกำลังคนเพิ่มขึ้น 2 เท่า พร้อมรับมือ 7 วันอันตราย
 สพฉ.หนุนอาสาสมัครฉุกเฉินทางการแพทย์ เข้าร่วมโครงการยกระดับการศึกษาประชาชน
 สพฉ.จัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติครั้งที่ 10 "เคลื่อนวงล้อคุณภาพการแพทย์ฉุกเฉินไทย”


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669