รับข่าวสาร
รับ ยกเลิก

            สพฉ.ห่วงแม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ พบปีที่ผ่านมามีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากการตั้งครรภ์ กว่า 26,461 คน


 

สพฉ.ห่วงแม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์  พบปีที่ผ่านมามีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากการตั้งครรภ์ กว่า 26,461 คน  ย้ำหากพบเหตุควรรีบแจ้งสายด่วน 1669 // แนะลูกอาศัยวันแม่ดูแลสุขภาพแม่ เพื่อให้ห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน


 


เดือนสิงหาคมถือเป็นเดือนแห่งวันแม่   ซึ่งคำว่าแม่ก็แบ่งได้เป็นหลายระดับ ทั้งแม่วัยรุ่น แม่ที่เริ่มมีอายุ หรือแม่ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งการดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้เกิดภาวะอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินก็แตกต่างกันไป และการดูแลสุขภาพของแม่เป็นหน้าที่ที่ลูกๆ ทุกคนควรทำเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่

นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า  ระดับความเสี่ยงของแม่  ขึ้นอยู่กับอายุและการดูแลร่างกายของแม่   ซึ่งตามปกติแม่ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น จะมีภาวะเสี่ยงต่อโรคฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น  อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นลูกๆ ควรดูแลให้แม่ตรวจร่างกายเป็นประจำ เพื่อดูว่ามีภาวะเสี่ยงหรือไม่  ที่สำคัญควรชวนกันออกกำลังกาย ควบคุมการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉิน  ส่วนแม่วัยรุ่นที่มีลูกเล็ก ก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ  เพราะนอกจากจะต้องดูแลลูก ก็ต้องหาเวลาดูแลสุขภาพตัวเองด้วย เนื่องจากผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคเฉพาะบางอย่างมากกว่าผู้ชาย

ขณะที่แม่ที่ตั้งครรภ์ ยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะยิ่งมีความเสี่ยง โดยเฉพาะภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด ซึ่งจากสถิติพบว่าตลอดทั้งปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมามีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากการตั้งครรภ์การคลอดและนรีเวช26,461 คน โดยในช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเดือนของวันแม่มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลจากการคลอด2,937 คน

รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อถึงภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ ว่า จะแบ่งเป็น 2 ช่วง   โดยช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ ปัจจัยที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้แม่ตั้งครรภ์ได้รับอันตรายคือ ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุและจะมีความรุนแรงแตกต่างกันออกไป อาทิ การตั้งครรภ์นอกมดลูก  ภาวะตกเลือด  และภาวะเลือดออกในช่องท้องจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก อาจทำให้แม่เสียเลือดมากซึ่งถือเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ โดยอาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูกสามารถสังเกตได้ดังนี้ แม่จะปวดท้องข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาโดยฉับพลัน มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดสลับกับมีอาการหน้าท้องอืดตึง พร้อมทั้งคลำเจอก้อนที่ท้องและมีอาการอ่อนเพลียหรือหน้ามืดในขณะที่ลุกขึ้นนั่ง นอกจากนี้ยังพบภาวะความดันโลหิตต่ำและชีพจรเต้นเร็ว   ซึ่งหากพบเห็นแม่ที่มีอาการเช่นนี้ควรรีบโทรแจ้งสายด่วน1669 เพื่อขอรับคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อไป


 ส่วนภาวะความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ครึ่งหลัง คือ ภาวะความดันโลหิตสูง และครรภ์เป็นพิษ  แม่จะมีอาการความดันโลหิตสูงมาก อวัยวะภายในร่างกายหลายระบบล้มเหลว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้แม่และเด็กเสียขีวิตจากภาวะหลอดเลือดตีบ เนื่องจากอวัยวะต่างๆ ได้รับเลือดไปเลี้ยงน้อยลง ซึ่งในบางรายที่มีอาการหนักมากจะทำให้เกิดอาการชักและมีเลือดออกในสมอง ทั้งนี้แม่ที่ครรภ์เป็นพิษ จะมีอาการปวดศีรษะ ตามัว เกิดอาการบวมที่ขาแขน หรือใบหน้า มีน้ำหนักตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และปวดท้องจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งหากพบเห็นแม่ที่มีอาการดังกล่าวควรรีบโทรแจ้งสายด่วน1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อไป

 

 | วันที่ 11/08/2560

IeO1 799


 สพฉ. จับมือมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ กสทช. และทีโอที พัฒนาระบบการแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุและผู้บกพร่องทางการได้ยิน
 “รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่” นั่งเก้าอี้คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
 สพฉ.ผนึกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดประชุมการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับชาติ ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “การแพทย์ฉุกเฉินดิจิตอลสู่การพัฒนานครอัจฉริยะ”
 สพฉ.จัดทำคู่มือเตรียมรับภัยพิบัติสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น แนะการเตรียมถุงยังชีพฉุกเฉิน วิธีปฏิบัติตัวสำหรับผู้พิการ
 สบส. และ สพฉ.เคลียร์ กรณีรพ.เอกชนไม่รับรักษาเคสเลขาธิการมูลนิธิอิสรชนตามสิทธิ UCEP พร้อมสรุปสถิติการใช้งาน 9 วัน มีผู้ขอใช้สิทธิ 912 ราย เข้าเกณฑ์ 385 ราย


| สถิติข้อมูลเด่น | ข่าวเด่นประเด็นร้อน | เกร็ดเล็ก ความรู้แยะ | เปิดคลังความรู้ บทความเด่น | ดูสื่อเด่น |
| โหลดได้อ่านดี | ศูนย์ข่าวนักสื่อสารกู้ชีพ | ติดต่อเรา
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ   
ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตติดต่อขออนุญาตได้ที่ emit1669@gmail.com โทรศัพท์ : 0-28721669